(11 มี.ค.) เวลา 12.45 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดสวน พรรคเพื่อไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน แถลงว่า ขณะนี้ทราบว่ามีการประชุมสั่งการผ่านวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ โดยกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทหารออกมาสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เคลื่อนไหวเข้ามาได้ แต่ถ้าผลักไม่ได้ก็ให้ดึงไว้ให้นานที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ว่าจะมีทหารออกมาสกัดมากแค่ไหน ก็ยืนยันว่าจะเคลื่อนเข้ามาชุมนุมให้ได้ เพราะถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายใหญ่กว่ากฎหมายใดๆ ของรัฐบาล ทราบมาว่าจุดที่ต้องการให้เกิดการแตกหัก ให้มีการปะทะ ซึ่งน่าเป็นห่วงที่สุดคือ บริเวณประตูน้ำพระอินทร์ วังน้อย อยุธยา โดยให้ทหาร 4 กองพัน กำลัง 6 กองร้อย จากกรมทหารม้าที่ 5 ใช้รถบรรทุกหินปิดถนน ไม่ให้รถปิคอัพและรถอีแต๋นขับผ่านไปได้ ทราบว่าจุดนี้บัญชาการ โดย พล.ต.วิลาศ อรุณศรี รองแม่ทัพน้อยภาค 1 ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการพล ม.2 และอยู่ในสังกัดบูรพาพยัคฆ์มาก่อน ส่วนภาคเหนือจะตั้งจุดสกัดที่ จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่ทางต่างระดับบางปะอิน ส่วนภาคตะวันออกยังไม่มีอุปสรรค
นายจตุพร กล่าวอีกว่า บริเวณประตูน้ำพระอินทร์ ทางสถานีพีเพิลแชแนล จะไปถ่ายทอดสดเพื่อบันทึกภาพการชุมนุม หากรัฐบาลคิดจะปิดสถานีดังกล่าวก็คงต้องนับถอยหลัง เพราะประชาชนจะมารวมตัวกันที่ราชดำเนินเป็นจำนวนมาก ขอเชิญให้ปิดได้เลยแล้วจะรู้ว่านรกมีจริง เพราะจะเข้าทางเรา เมื่อประชาชนไม่สามารถติดตามทางโทรทัศน์ได้ก็จะออกมาเต็มถนนราชดำเนิน แต่จะให้ปิดแค่วันแรกเท่านั้น แต่ ได้มีแผน 1-4 เตรียมไว้แล้ว ดังนั้นที่นายสุเทพ บอกว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีเพียงหลักหมื่น ก็ขอให้เตรียมหน้าแหกไว้ได้เลย เพราะประชาชนขณะนี้มีถึงหลักแสน และอาจจะมากถึงเรือนล้าน โดยจะมาวันที่ 12 มี.ค. จากนั้นวันที่ 13 มี.ค. จะมีบางส่วนกลับไปเตรียมเสบียง เพื่อกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 14 มี.ค. ส่วนที่เหลืออยู่ปักหลักตั้งเวทีบนสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เพื่อนำร่องปราศรัยก่อน และจะมีการตั้งเครื่องเสียงถึง 20 ชุด พร้อมกับมีการ์ดดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนจำนวน 3 พันคน รับรองได้ว่าคนจะเต็มพื้นที่สนามหลวงมาจึงราชดำเนินกลางทั้งสายจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า
“ยืนยันกลุ่มเสื้อแดงจะไม่ใช้ความรุนแรง จะยึดสันติวิธี หากมีความรุนแรงก็เป็นเพราะรัฐบาลสร้างสถานการณ์เอง และเมื่อเสียงปืนนัดแรกดังขึ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเตรียมหาประเทศใหม่อยู่ได้เลย และรัฐบาลเตรียมนับถอยหลังได้เลย” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนที่มีการตั้งวอร์รูมที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษนั้นเป็นเพียงความพยายามตกแต่งพันธุกรรม เพื่อที่จะบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหากเกิดความรุนแรงในไทย เพราะอยู่เมืองนอก ทั้งนี้จะมี พ.อ.สุเมธ พรหมตรุษ เป็นตัวประสานงานระหว่างวอร์รูมไทย-อังกฤษ เนื่องจากในกองทัพขณะนี้มีความหวั่นไหว ส่วนที่มีข่าวว่ากองทัพเบิกกระสุนยางมาถึง 6 หมื่นนัด เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ทราบว่าจะใช้เป็นอาวุธสังหารประชาชนหรือเปล่า เพราะจากการตรวจสอบพบว่าอานุภาพการยิงในรัศมี 10 เมตร.ทำให้ไม้อัดขนาด 5 มิลลิเมตร และสังกะสีทะลุได้ ดังนั้นหากยิงใส่ประชาชนก็อาจจะถึงตายได้ ส่วนที่มีการปล่อยข่าวจะมีการยิงมัสยิดนั้น เป็นเรื่องการอ่อยเหยื่อเกี่ยวกับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ซึ่งคนเสื้อแดงไม่มีปัญหากับชาวมุสลิม จึงขอให้เข้าใจว่าเราจะไม่ทำอะไรที่รุนแรง อย่าเอาศาสนามาบังหน้า
นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ จะใช้บ้านพักที่ ร.11 รอ.บางเขนเป็นศูนย์บัญชาการของรัฐบาลนั้น ตนก็หวังว่าจะไม่มีทหารมาสังเวยชีวิตอีก เพราะจากเหตุการณ์เดือนเม.ย. ที่มีการใช้บ้านพัก ร.1 รอ.ถนนวิภาวดี เป็นศูนย์บัญชาการ ทำให้ทหารเกณฑ์ต้องเสียชีวิต และถึงขนาดต้องทุบบ้านพักหลังดังกล่าวทิ้ง เพราะผีดุ ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมามีข่าวว่าคนในบ้านสี่เสาเทเวศร์ เรียก ผบช.น.เข้าพบและสั่งให้ดำเนินการกับ 3 แกนนำ พวกตนไม่มีปัญหา อะไรจะเกิดก็เกิด แม้คนเสื้อแดงไม่มีผู้นำ แต่คนเสื้อแดงก็เหมือนรถไฟเครื่องดีเซลราง ไม่มีผู้นำก็เคลื่อนได้ ซึ่งรัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมได้เลย
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางไปประเทศสิงคโปร์นั้น ก็ไม่มีผลกระทบกับการชุมนุม เพราะโดยปกติ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่เคยขึ้นเวทีกับคนเสื้อแดงอยู่แล้ว