นายทักษิณ ชินวัตร ได้กล่าวข้อความข้างต้นผ่านวิดีโอลิงก์ไปที่เวทีอำเภอสูงเม่น จ.แพร่ พลางโวยลั่นถูกรังแกทั้งครอบครัว แถมยุให้ผบ.เหล่าทัพออกทีวีไล่ “อภิสิทธิ์" ตามรายงานกรุงเทพธุรกิจเมื่อ 9 มีนาคม 2553
คำว่า “ประชาธิปไตย” คือ เบ็ดตกปลาที่นายทักษิณนิยมใช้ล่อหลอกชาวชนบทให้ติดเป็นเหยื่อเสมอ ความจริงมีอยู่ว่า ไม่ว่าประเทศใดจะมี ประชาธิปไตยหรือไม่ “ปัญหา” ก็มีในประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว เมื่อไม่มี “ศีลธรรม” ต่างหาก เราจะมีปัญหาอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของ “ตน” นั้น เป็นเรื่องใหญ่มาก ใหญ่กว่าเรื่องประชาธิปไตย เพราะตนได้ถูกศาลฎีกาพิพากษาด้วย “หลักฐานรัดกุมหนักแน่น” แล้วว่า ได้ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง อันเป็นจิตวิญญาณของประชาธิปไตย ทั้งนี้ ส่อให้เห็นความไร้ศีลธรรมจริยธรรมของตนอย่างชัดเจน
การกล่าวยั่วยุ ผบ.เหล่าทัพให้ออกทีวีไล่ “อภิสิทธิ์" นับเป็นการดูหมิ่นสติปัญญาของเจ้าหน้าที่ทหารอาวุโสระดับสูงสุดอย่างยิ่ง แต่หากนายทักษิณได้แอบนัดหมายกับนายทหารบางคนระดับรองๆ ลงมา ให้ฉวยโอกาสออกมาไล่ “อภิสิทธิ์” ในขณะที่ปริมณฑลเมืองหลวงตกอยู่ในภาวะจลาจล จนมีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินด้วยฝีมือพวกตน ก็จะเป็นกลยุทธ์ที่เป็นไปได้เฉพาะในฝันของตนเท่านั้น
เพราะอะไร? เพราะนายทักษิณได้ประจานตัวเองไว้อย่างชัดแจ้งแล้วว่า “ตน” คือผู้ที่ศาลฎีกาได้พิพากษาด้วย “หลักฐานรัดกุมหนักแน่น” ว่า เป็นผู้ละเมิดกฎหมายบ้านเมืองถึงสองครั้ง ทั้งคดีที่ดินรัชดาภิเษกและคดียึดทรัพย์ แถมยังมี “ระเบิดเวลา” ที่ปรากฏอยู่ในคำพิพากษาคดียึดทรัพย์อีกหลายลูก พร้อมที่จะนำตนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกไม่นานเกินรอ และคดีความอื่นๆ ที่ตนต้องต่อสู้อีกมากมาย อีกทั้งเงินจำนวนมหึมาที่แช่แข็งอยู่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งตนยังมิบังอาจไปแตะต้อง เพราะไม่กล้าเสี่ยงกับข้อกล่าวหาฟอกเงิน
ด้วยสถานภาพที่ตกต่ำย่ำแย่ปานนี้ ยังจะมีนายทหารหรือใครที่ไหนอยากคบหาสมาคมร่วมเป็นร่วมตายกับ “ตน” อีกหรือ?
สาเหตุที่ตกต่ำย่ำแย่ ก็เพราะนายทักษิณมี “อุปนิสัยใจคอ” ดังนี้
1. ชอบสวมหน้ากากหลอกลวงผู้อื่น ดังเช่นที่ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนชอบหยิบยื่นนโยบายประชานิยมให้ชาวชนบทผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้วทำการปล้นชาติบ้านเมืองอย่างเลือดเย็น ในทำนองเดียวกับสุนัขจิ้งจอกในคราบของแกะน่ารัก ที่คอยหลอกลวงเหยื่อแล้วฆ่ากินอย่างแยบยล
2. เชื่อว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะตนได้ ดังเช่นที่ตนยังสามารถหลบหนีจากเงื้อมือกฎหมายได้อยู่
3. มีความโหดเหี้ยมอยู่ในจิตวิญญาณ ดังเช่นที่เห็นได้จากนโยบายปราบผู้ชุมนุมที่ตากใบ นโยบายปราบยาเสพติดที่วิสามัญฆาตกรรมผู้ถูกกล่าวหาอย่างง่ายดาย ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งได้ประณามตนไว้ ตลอดจนกรณีรัฐบาลนอมินีของตนใช้อาวุธสงครามทำร้าย/ฆาตกรรมผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อเหลืองเมื่อ 7 ตุลา 51
4. สำแดงตนเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่าผู้อื่น คือ ก้มหัวให้ใครไม่เป็น ดังเช่นที่ได้ทำตนเป็นจอมเผด็จการในคราบนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย ด้วยการควบคุมตำแหน่งทางการเมืองในรัฐสภาและรัฐบาล เพื่อปิดปากผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้และทำลายระบบถ่วงดุลอำนาจบริหารโดยสิ้นเชิง ก่อให้เกิดผลทางจิตวิทยาสังคมว่า ตนคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน
5. ข่มขู่ผู้อื่นให้บังเกิดความเกรงกลัวในตน ดังเช่นที่ตนได้สั่งย้าย/ปลดผู้บังอาจขัดขวาง โต้แย้ง หรือไม่ให้ความร่วมมือกับตนในขณะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือ “เชือดคอไก่ให้ลิงดู”
อุปนิสัยใจคอดังกล่าวได้ก่อให้เกิด “ภาพลักษณ์” นายทักษิณ ดังนี้
· เป็นยอดนักหลอกลวงต้มตุ๋นคน
· ไร้จิตสำนึกในความผิดชอบ
· มีบุคลิกภาพของผู้มีจิตต่อต้านทำร้ายสังคม (sociopath) คือ มีแต่ (1) ความก้าวร้าวดุดันกับความถนัดในการประกอบอาชญากรรมและละเมิดศีลธรรมจริยธรรม (2) ไร้สมรรถภาพในการหยั่งรู้ความรุนแรง (3) ไร้ความรู้สึกสำนึกผิด ดังที่กล่าวอยู่เสมอว่า “ตนถูกรังแกกลั่นแกล้ง” (4) นิยมใช้ความรุนแรงและเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้อื่น ทั้งที่เคยเป็นมิตร (อย่างกรณีนายสมัคร สุนทรเวช) หรือศัตรู และ (5) มีแต่ความหิวโหยใน “อำนาจกับเงินทอง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจในการบงการผู้อื่น สมุน และสังคม
มีใครบ้างที่อยากคบค้าสมาคมร่วมชะตากรรมกับใครก็ตามที่มีภาพลักษณ์อันน่าสะพึงกลัวแบบ “ผู้ร้าย” ตามข้างต้น? ผู้คนที่ยอมรับการอุปถัมภ์เป็นครั้งคราวจากนายทักษิณน่าจะหาได้ไม่ยาก แต่พอเสียงปืนแตกเมื่อใด เงินในมือหรือจะสำคัญกว่าชีวิตตัวเอง?
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุผลมากที่สุด ผู้วางแผนชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ แบบ “ม้วนเดียวจบ” ของกลุ่มเสื้อแดง ได้เลือกวันที่ 14 หรือ 15 มีนาคม 2553 ซึ่งตรงกับแรม 14 ค่ำหรือ 15 ค่ำ เป็นวันเผด็จศึก ในช่วงวันดังกล่าว พระจันทร์โคจรเต็มดวงผ่านเหนือไทยพอดี ในลักษณะมืดมิดทั้งดวง ในขณะที่ส่งแรงดึงดูดต่อโลกอย่างรุนแรงกว่าช่วง 7 ค่ำหรือ 8 ค่ำ โดยทำให้น้ำบนผิวโลกยกระดับสูงขึ้นมาก ในขณะเดียวกันก็ดึงดูดน้ำหรือเลือดในเรือนร่างของมนุษย์ให้ขยายตัวมากขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ผู้ชุมนุม ไม่มากก็น้อย ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และความคิดอ่านของตนอย่างในวันอื่นๆ โดยไม่รู้ตัว อนึ่ง พระอาทิตย์อาจส่งแรงดึงดูดเพิ่มพูนหรือตัดทอนแรงดึงดูดของพระจันทร์ได้เสมอ
ตามปรากฏการณ์ทางธรรมชาติดังกล่าว ประชาชนที่ถูก ส.ส.ผู้ไม่หวังดีต่อชาติเกณฑ์ไปก่อจลาจล จะถูกพลังแรงดึงดูดของพระจันทร์ ชักนำให้มีอารมณ์ก่ออาชญากรรมและเผาบ้านเผาเมืองได้อย่างขาดสติไม่รู้ตัว โดยยังต้องรับผิดชอบในความเสียหายทั้งปวงตามกฎหมาย ดังเช่นในช่วง 14 ค่ำหรือ 15 ค่ำอื่นๆ แม้กระทั่งประชาชนที่จะออกมาปกป้องชุมชนตนจากการจลาจล ก็อาจถูกแรงดึงดูดจากดวงดาวบั่นทอนการควบคุมอารมณ์และความคิดอ่านของตนได้เช่นกัน หากไม่ระมัดระวังตั้งตนให้ควบคุมสติไว้เสมอ
ด้วยเหตุนี้ การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงอย่างเดียวจะไม่พอเพียงในการป้องปราบการจลาจล รัฐบาลจักต้องเตรียมพร้อมรับมือกลุ่มเสื้อแดงอย่างเต็มอัตราศึกด้วยความไม่ประมาท แม้ว่าอาจมีผู้ชุมนุมน้อยกว่าที่คาดไว้ ก็ตาม
ในขณะเดียวกัน หน่วยคอมมานโดชุดพิเศษ ไม่ปรากฏต้นสังกัด อาจฉวยโอกาสออกจู่โจมจับกุมนายทักษิณในขณะออกวิดีโอลิงก์ บัญชาการจลาจลอย่างเมามัน ณ ที่หนึ่งใด ไม่ใกล้ไม่ไกลจากไทยนัก.