วันที่ 4 มี.ค. เวลา 15.10 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คนเสื้อแดงจัดทำบัญชีดำสื่อที่สนับสนุนรัฐบาล รวมถึงบุคคลในรัฐบาล ว่า ตนไม่ทราบว่ามีไว้ทำอะไร แต่ในส่วนของรัฐบาลที่มีการมากล่าวหาว่ามีการขึ้นบัญชีดำ ได้มีการตั้งกระทู้ถามเลยเถิดไปจนถึงพระสงฆ์ซึ่งไม่จริง และขอย้ำว่าต้องช่วยกันระมัดระวังว่าข่าวที่เสนอขึ้นมา เพื่อจะให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มคนต่างๆ ไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะทำอะไรเลย ยกเว้นกลุ่มซึ่งทำผิดกฎหมาย และต้องมีการจับตามีการติดตามที่เป็นการทำงานตามปกติ ต้องตั้งคำถามว่าฝ่ายอื่นที่มาขึ้นบัญชีดำขึ้นทำอะไร อย่างไร เพราะขณะนี้ที่เราเรียกร้องกัน คนส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาประหัตประหารดำเนินการอะไรทุกอย่างดำเนินการตามปกติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามบัญชีของคนเสื้อแดงมีการระบุถึงรายชื่อสื่อหลายแขนงรัฐบาลจะให้การคุ้มครองดูแลอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การข่าวเวลาที่มีการเสนอขึ้นมาว่ามีเป้าหมายของการที่จะมีความเสี่ยงต่อการคุกคามจะมีการประสานงาน และพยายามดูแลอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า บรรยากาศตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถดูแลรักษาไม่ให้รุนแรงมากขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราอย่าไปวัดบรรยากาศหรือความตึงเครียดจากการเสนอข่าวฝ่ายเดียว ที่ทำให้เกิดความเข้าใจว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตนไม่ปฏิเสธว่าสถานการณ์จะต้องมีความระมัดระวังไม่ประมาทและดำเนินการจริงจัง แต่ต้องอย่าไปสรุปให้เป็นไปตามที่บางฝ่ายต้องการคือ เขาพยายามจะสร้างบรรยากาศให้เกิดความรู้สึกว่าบ้านเมืองวุ่นวายจนกระทั่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มาจากการใช้กำลัง การปฏิวัติรัฐประหาร การปฏิวัติประชาชน ซึ่งไม่มีเงื่อนไขนั้น เราอย่าเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น การที่มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามต้องการความรุนแรงตรงนี้เป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ที่จะไม่ให้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานของฝ่ายความมั่นคงยังดำเนินการเท่าทันของการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่าทำงานใกล้ชิดกับสถานการณ์ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้มีโอกาสหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อซักซ้อมในหลายเรื่องพอสมควร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีการติดตามโดยละเอียด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุขึ้นก็บอกว่าการข่าวรู้ล่วงหน้าไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย แต่ไม่เคยป้องปรามได้สักที นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องระเบิดที่เกิดขึ้นถามว่า เราพอทราบไหมว่าธนาคารกรุงเทพอาจจะเป็นเป้าหมายหรือไม่ เราก็ทราบ แต่เราไม่สามารถดูแลได้ทุกสาขา คือข้อเท็จจริงที่ตนได้ย้ำว่าถ้าจะบอกให้เราดูแลทุกพื้นที่ละเอียดขนาดนั้น คงไม่ง่ายนัก เพราะเหตุที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะที่เข้ามาแล้วขว้างระเบิด แต่ขณะนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากในเรื่องการติดตามตัวผู้กระทำความผิด
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีคิดว่ากำลังพลไม่พอกับการไร้ประสิทธิภาพมีความแตกต่างกันอย่าง ไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีกำลังพลพอที่จะดูแลทุกจุดขนาดที่ไม่ให้เกิดอะไรเลยนั้นมันคงเป็นไปได้ยาก แต่พอที่จะดูแลให้เกิดความเรียบร้อยในภาพรวม และประสิทธิภาพต้องมีการดูและปรับปรุงตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ "เคทอง" ที่โพสต์คลิปป่วนขู่วางระเบิดที่มีการติดตามจับตาตลอด แต่ก็ปล่อยให้หนีไปได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินการในการที่จะติดตาม
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการหละหลวมเกินไปหรือไม่กับมาตรการดูแลความมั่นคงในขณะนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คือหลายเรื่องจะเห็นว่าเราต้องดำเนินการไปโดยต้องเคารพกับระบบ เช่น บางรายก็มีการให้ประกันตัวไปตามดุลพินิจ เราคงต้องระมัดระวังกันมากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์นักลงทุนยังเชื่อมั่นอยู่รัฐบาลจะเชื่อมั่นว่าจะรักษาไปได้นานแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่ตลาดหุ้นยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นปกติ แสดงว่ายังมีความเชื่อว่าสถานการณ์เราควบคุมได้ ตนก็ยืนยันว่าเราทำให้ดีที่สุดและควบคุมได้ แต่ว่าเราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของคนที่พยายามสร้างให้เกิดความตื่นตระหนกให้เกิดความรู้สึกความรุนแรง หรือยั่วยุให้เกิดการใช้มาตรการที่นำไปสู่เงื่อนไขที่จะปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วรัฐบาลได้ทำอะไรให้ประชาชนรู้สึกอบอุ่นใจว่าได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ผมก็ขอยืนยันว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่าตื่นตระหนกเพียงแต่ว่าในท่ามกลางบรรยากาศที่สืบเนื่องมาจากคดียึดทรัพย์ หรือเรื่องต่างๆ เพียงแต่ว่าเราอย่าประมาท ให้ความร่วมมือช่วยกันเป็นหูเป็นตาเราจะช่วยกันผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้"
ต่อข้อถามถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการทำหนังสือถึงผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะมีปัญหาส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีผลกระทบ เพราะเชื่อว่าขณะนี้ทั่วโลกมีความเข้าใจดีขึ้น โดยเฉพาะระยะหลังจะเห็นได้ว่าผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ แสดงออกถึงการใช้ความรุนแรง มันเป็นตัวทำให้ต่างประเทศเข้าใจหมดแล้วว่าที่เคยอ้างว่าเรื่องความเป็น ประชาธิปไตย เมื่อเกิดเหตุการณ์เดือนเมษายน 2552 มันฟ้องตัวเองถึงบทบาทของพ.ต.ท.ทักษิณไปหมดแล้ว ดังนั้นขณะนี้ตนไม่กังวล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ดูไบเป็นฐานการเคลื่อนไหวโดยวิดีโอลิ้งค์จากที่นั่นจะดำเนินการอะไรได้ มากกว่าที่ทำมาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีการดำเนินการโดยกระทรวงการต่างประเทศ และได้มีการทำเพิ่มเติมไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ช่วยรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณหยุดใช้ดูไบเป็นฐานการเคลื่อนไหวได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของดูไบ แต่ทางเราก็รวบรวมข้อเท็จจริงไป โดยเฉพาะการที่มีภาพชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณดำเนินการมาจากไหนอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะทำอะไรอย่างอื่นได้หรือไม่ กดดันทางดูไบหรือตอบโต้อะไรหรือไม่ เช่นไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการอยู่ ต้องฟังคำตอบจากกระทรวงก่อน