ตร.-ทหารพรึบ คุมเข้ม รอบ'ศาลฎีกา'
ความเคลื่อนไหวก่อนวันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เสริมกำลังเข้มดูแลความปลอดภัยโดยรอบศาลฎีกา ก่อนที่จะถึงกำหนดการอ่านคำพิพากษา โดยได้มีการตั้งหน่วยตรวจร่วมระหว่าง ตำรวจ และทหาร ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ในช่วงเช้าจะเพิ่มจุดตรวจครอบคลุมพื้นที่โดยรอบศาลฎีกา โดยเจ้าหน้าที่ขอความร่วมือประชาชนที่จะเดินทางมาฟังคำพิพากษาให้ใช้บริการรถสาธารณะ เนื่องจากไม่อนุญาตให้นำรถมาจอดบริเวณโดยรอบศาลฎีกา
ทั้งนี้ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ตำรวจได้จัดกำลัง 1 กองร้อย พร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบอีก 20 นาย คอยดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพื้นที่ศาลฎีกา และจะเสริมกำลังอีก 3 กองร้อยในช่วงเช้าวันนี้ พร้อมทั้งนำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดมาติดตั้ง โดยจะเปิดให้คู่ความนำผู้สังเกตการณ์และสื่อมวลชนเข้ามาในศาลฎีกาได้เฉพาะประตูด้านหน้าอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำที่ผ่านมา มีการชุมนุมของกลุ่มแดงสยาม บริเวณท้องสนามหลวงด้วย โดยแกนนำได้ขึ้นเวทีปราศรัยกับผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่ง เนื้อยังคงโจมตีการทำงานของ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) จากนั้นแกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 23.00 น.ที่ผ่านมา พร้อมกับนัดหมายชุมนุมอีกครั้งในเย็นวันนี้ (26 ก.พ.).
'นพดล' สับรัฐเตรียมแผนเหมือนรู้คำตัดสินล่วงหน้า
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทว่า กรณีที่รัฐบาลเตรียมแผนจัดการขั้นรุนแรงหลังคำพิพากษาและเตรียมให้สื่อของรัฐนำนักวิชาการ นักกฎหมายมาชี้แจงผลคำตัดสินของศาลนั้น อยากถามว่ารัฐบาลรู้ผลแล้วอย่างนั้นหรือถึงเตรียมการเช่นนั้น ไปทำการแทรกแซงอะไรหรือไม่จึงรู้ล่วงหน้า วันนี้ศาลยังไม่มีการพิจารณาใดๆเลย แต่การทำเช่นนี้สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อสังคมไทยและสังคมโลก รัฐบาลต้องอธิบายให้กระจ่าง เพราะเรื่องนี้เสียหายต่อภาพลักษณ์ เกิดภาพการก้าวก่ายสถาบันตุลาการ ซึ่งอาจเกิดผลร้ายและความรุนแรงตามมา ความเชื่อมั่นจะลดลง
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้เตรียมแผนการรองรับไว้แล้วหลังทราบคำตัดสิน และยังเชื่อว่าหากคำตัดสินบริสุทธิ์ยุติธรรมประเทศก็จะมีทางออก ขณะเดียวกันก็ได้เตรียมการไว้แล้วตามที่ท่านระบุว่าจะใช้เวทีโลกหากไม่ได้รับความเป็นธรรม.
9 ผู้พิพากษา พร้อมชี้ขาด คดียึดทรัพย์
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 26 ก.พ.ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัว จำนวน 76,621,603 ล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 มาตรา 110, 208,2 09, 291, 292 พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 มาตรา 4, 5, 6 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 32,33,100 และ ป.อาญามาตรา 119,122 กรณีถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์เป็นทรัพย์สิน เนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม และได้มาโดยไม่สมควร เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการร่ำรวยผิดปกติ คิดเป็นจำนวนกว่าร้อยละ 48 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง โดยปกปิดอำพรางไว้ในชื่อ นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ โดยขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ จำนวน 1,419,490,150 หุ้น ให้กับกลุ่มเทมาเส็กสิงคโปร์ โดยมีบริษัทซีดาร์โฮลดิ้งส์ จำกัด และบริษัทแอสแพนโฮลดิ้ง จำกัดคดีมีผู้ร้องคัดค้านว่าทรัพย์สินไม่ควรตกเป็นของแผ่นดิน 23 ราย ต่อมา คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เพิกการอายัดไป 4 ราย ปัจจุบันได้อายัดไว้ 16 รายการรวม 68,000 ล้านบาท ส่วนที่ขาดอยู่หากพิพากษาให้ยึดทั้งหมดต้องมีหมายบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินที่มีอยู่ยังไม่เคยถูกอายัด เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เครื่องบิน เป็นต้น
บรรยากาศก่อนฟังคำพิพากษา ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 04.00 น. ศาลฎีกาอนุญาตให้รถถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์เข้าไปภายในศาลฯ โดยผ่านการตรวจค้น มีตำรวจ ทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตำรวจปราบจลาจล มีอาวุธโล่ กระบอกเตรียมพร้อมราว 150 นาย ในบริเวณภายในศาล มีรถวิทยุ191 และบก.น.1 , บก.น.6 และ หน่วยอื่นๆ อีกราว 300 นาย ตำรวจมีการจัดวางกำลังโดยแบ่งหน่วยงานมีที่สังเกตคือ ผ้าพันคอสีต่างกัน มีตำรวจเก็บกู้วัตถุระเบิด และด้านหน้าศาล ถนนราชดำเนินใน ถนนหน้าหับเผย ถนนราชินี มีจุดตรวจสามจุด และมีการปิดถนนบางส่วน รวมทั้งหน่วยตัดสัญญาณโทรศัพท์ป้องกันการจุดระเบิดด้วยสัญญาณโทรศัพท์ ที่สนามหลวง ตรงข้ามศาล มีเวทีของกลุ่มแดงสยาม เริ่มทยอยมาจับจองที่นั่งในสนามหลวงอย่างคึกคัก ที่หน้าอาคารศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ มี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ศาล 20 นาย ตั้งโต๊ะตรวจค้นผู้ที่เข้านั่งฟัง ส่วนสื่อมวลชนที่ลงทะเบียนไว้ ศาลจะอนุญาตให้เข้าฟังการพิพากษาในห้องพิจารณาได้ คุ้มกันองค์คณะระดับวีไอพี
ต่อมา เวลา 07.30 น. องค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วยนายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ในฐานะเจ้าของสำนวน นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา นายพิทักษ์ คงจันทร์ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา นายพงศ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโส ในศาลฎีกา นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายประทีป เฉลิมภัทรกุล ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา นายกำพล ภู่สุดแสวง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายไพโรจน์ วายุภาพ รองประธานศาลฎีกาได้เดินทางมาถึงศาลฎีกา โดยรถแลนด์โรเวอร์สีดำกันกระสุน ในรถแต่ละคันมีตำรวจประกบภายในรถ
จากนั้น องค์คณะได้เข้าห้องประชุมใหญ่ เพื่อนำคำพิพากษาส่วนตัวที่วินิจฉัยแล้วทุกประเด็น มาพิจารณาร่วมกันในเวลา 08.00 น. ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ โอนหุ้นชินคอร์ป บริษัทแอมเพิลริช บริษัทวินมาร์ค ให้แก่บุตร โดยตนยังมีอำนาจบริหารงาน ดังเดิม แล้วทำทีขายหุ้นไปแก่กลุ่มเทมาเส็ก เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทในเครือขณะดำรงตำแหน่งจริงหรือไม่ อันเป็นประเด็นรวม 5 ข้อ เช่นแก้ไขสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยบริษัทโทรคมนาคมในเครือ การปรับลดค่าสัปทานสัญญาณโลนนิ่งเพื่อประโยชน์เอไอเอส มีการอนุมัติเงินเอ็กซิมแบงก์ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่พม่า เพื่อนำมาซื้อสินค้าในบริษัทเครือชินคอร์ป หากได้ประเด็นที่เป็นเสียงข้างมากตรงกัน ก็จะร่วมกันทำคำพิพากษากลาง ก่อนนำไปอ่านในเวลา 13.30 น.
ปู่ชัยยิงมุก เนวินไม่ทิ้งทักษิณ
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 26 ก.พ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ในสัปดาห์หน้าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า คงไม่ต้องเตรียมการอะไร เพราะฝ่ายค้านบอกมาตั้งนานแล้ว ก็รอว่าจะยื่นมาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราฎร บิดานายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า นายเนวิน กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทิ้งกันไม่ได้ ฟังแล้วหนาวๆ ร้อนๆ บ้างหรือไม่ นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า "ไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่มีอะไร สื่อมวลชนถ้าจะไปจับเอาคำพูดของคนนั้นคำคนนี้นำมาเป็นประเด็นบ้านเมืองก็สับสนหมดเลย อย่าไปทำอย่างนั้นเลย" เมื่อถามอีกว่า บิดาของนายเนวินออกมาพูดเอง นายุสเทพ กล่าวว่า คุณพ่อของนายเนวินแกก็พูดของแกไปเรื่อยได้ เมื่อถามต่อว่า เป็นการออกมาพูดเพื่อพยายามเพิ่มอำนาจต่อรองของพรรคภูมิใจไทยที่รู้สึกว่า กำลังถูกกดดันบางเรื่องหรือไม่ นายุสเทพ กล่าวว่า "ไม่มี แกคงสนุกของแก บางที่ประชุมสภาฯ แกก็หัวเราะออกมาพูดจาสนุกสนาน ไม่มีปัญหาอะไร"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ร่วมอภิปรายในศึกซักฟอกครั้งนี้ด้วย จะยิ่งทำให้รัฐบาลเบาตัวขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ไม่เบา ไม่หนัก เป็นธรรมดา เมื่อถามว่า ประเมินแล้วเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ ร.ต.อ.เฉลิม จะย้ายข้างไปซบอกอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ไปประเมินแทนคนอื่น สื่อมวลชนคิดมากกันจริงๆ คิดกันหลายเรื่องมาก เอาเป็นเรื่องใหญ่ๆ ไปก่อนดีกว่า เรื่องอื่นไว้ทีหลัง เรื่องนักการเมืองย้ายพรรคย้ายที่เป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าไปหาว่าตนพูดว่า ร.ต.อ.เฉลิมจะย้ายพรรค เดี๋ยวแกจะมาว้ากใส่ตนอีก
ต่อข้อถามว่า การที่สภาล่มซ้ำซาก แสดงให้เห็นความไม่พร้อมในการเป็นรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า คงไม่ใช่ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. เป็นเรื่องที่สมาชิกหงุดหงิดกันธรรมดา เมื่อถามว่า เท่าที่ประเมินดูเหมือนมั่นใจว่าฝ่ายค้านไม่สามารถปิดเกมรัฐบาลในสภาฯได้ นายสุเทพ กล่าวว่า "ไม่มี ผมยังไม่คิดว่าบ้านเมืองจะมีปัญหา ยืนยันให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจ มันอาจจะไม่ราบรื่น แต่เราก็จะเดินหน้าไปได้"
มท.เปิดศูนย์ตามสถานการณ์คดียึดทรัพย์
ที่กระทรวงมหาดไทย นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดศูนย์เฉพาะกิจ ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของมวลชน โดยนายมานิตกล่าวว่า ในวันนี้ที่มีการอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 13.00 น.เป็นต้นไป อาจจะมีการเคลื่อนไหวชุมนุมของมวลชน ซึ่งเราได้ตั้งสมมติฐานว่า หากผลการตัดสินออกมาเป็นลบ ก็จะมีความวุ่นวาย มีผลกระทบต่อสถานที่ราชการ จึงได้สั่งการให้มีศูนย์ติดตามสถานการณ์ ปรับระดับความปลอดภัย กำหนดระดับการเตือนภัย ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หากเกิดสถานการณ์ ตั้งแต่ปี 49 ก็มีสถานการณ์เกิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งยืนยันว่า เรามีความพร้อมพอในการดูแล ซึ่งพื้นที่หลักที่ต้องดูแลคือต่างจังหวัด ที่ผู้ว่าฯ จะเป็น ผอ.ศูนย์ หากเกิดเหตุอะไรให้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย ซึ่งการเฝ้าระวังนั้น เป้าแรกอยู่ที่ 38 จังหวัด ซึ่งเป็นเป้าที่ตั้งไว้เดิม และในแต่ละพื้นที่ มีความเข้มข้นของสถานการณ์ต่างกัน ที่สุดแล้ว อาจไม่ต้องเฝ้าระวังถึง 38 จังหวัด
นายมานิต กล่าวต่อว่า ในช่วงอาทิตย์นี้ จะเกิดการเคลื่อนไหวรุนแรงหรือไม่ต้องขอรอดูผลในวันนี้ ไม่อยากวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนคำพิพากษาออก ซึ่งศูนย์จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์เป็นชั่วโมง ทั้งนี้ ศูนย์จะเปิดทำการจนถึงวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ.แต่หากเหตุการณ์ยังวุ่นวาย ก็จะเปิดไปต่อเนื่อง และศูนย์จะเปิดเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 10 หรือ 11 มี.ค.นี้.
จับตาสถานการณ์ก่อน-หลังคำพิพากษา
ความเคลื่อนไหว ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ร่วมประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยประเมินสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง บริเวณท้องสนามหลวงช่วงก่อนและหลังที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอร์เรน โดยกล้องซีซีทีวี ได้ส่งสัญญาณภาพบรรยากาศโดยรอบศาลฎีกา ประตูทางเข้าและถนนโดยรอบมายังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจนครบาล
พล.ต.ต.อนันต์ กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมา องค์คณะผู้พิพากษาก็ไปถึงที่ศาลแล้ว โดยตำรวจเสริมกำลังเพิ่มอีก 3 กองร้อย หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็สามารถเสริมกำลังได้อีก ส่วนประชาชนที่จะเข้าฟังคำพิพากษานั้นเจ้าหน้าที่ศาล และตำรวจ จะตรวจค้นอย่างละเอียด ในห้องพิพากษาสามารถรองรับประชาชนได้เพียง 120 คนเท่านั้น ขณะนี้ ยังไม่มีกระแสข่าวว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้น หากศาลมีคำพิพากษาออกมาเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดนั้น การรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะบ้านพักบุคคลสำคัญ และสถานที่ราชการก็จะยังเข้มงวดต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวว่าขณะนี้การจราจรโดยรอบศาลฎีกาสนามหลวง ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดถนนในซอยข้างศาลฎีกา เพื่อให้สะดวกในการดูแลรักษาความปลอดภัยผู้พิพากษาและประชาชนที่เข้าร่วมฟัง ส่วนบรรยากาศที่บ้านพักสี่เสาร์เทเวศน์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีนั้นบ้านพักยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยด้านหน้าจะมีตำรวจ และทหารวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ชง สตง.แจ้งพบทุจริต'จีที 200-อัลฟ่า 6'
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาระบุว่าการบริษทที่จัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 และ อัลฟ่า 6 เป็นบริษัทที่จดแจ้งประเภทธุรกิจที่ดำเนินการจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า และดำเนินงานวิศวกรรมโยธาหรืองานก่อสร้างขนาดใหญ่ ว่า ตนไม่ทราบ หากมีพิรุธให้ สตง.ว่ามา ตนไม่ค่อยทราบในรายละเอียด หากมีอะไรที่ผิดปกติเราก็ดำเนินการ
นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจการทำงานของรัฐบาลในสัปดาห์หน้า ว่าไม่ต้องเตรียมการรับมือ เพราะเขาบอกมาตั้งนานแล้วไม่มีปัญหา ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่เข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนคิดว่าไม่ทำให้รัฐบาลเบาตัวขึ้น เมื่อถามว่า มั่นใจว่าฝ่ายค้านไม่สามารถปิดเกมรัฐบาลในสภาได้ใช้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่มี ผมยังไม่คิดว่าบ้านเมืองจะมีปัญหา มันอาจจะไม่ราบรื่นแต่เราก็จะเดินหน้าไปได้” เมื่อถามว่า การที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ออกมาระบุว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ทิ้งกันไม่ได้รู้สึกหนาวๆร้อนๆหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ร้อนไม่หนาว นายชัยพูดไปเรื่อยได้ เมื่อถามว่า พูดเพื่อเป็นการต่อรองอำนาจหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “แกคงสนุกของแก ประชุมสภาบางทีแกก็หัวเราะขึ้นมา”
“เทือก” ไม่ติดใจ “ฮุนเซน” เยือนชายแดนลองยิงจรวด
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังทหารตามแนวชายแดนด้าน จ.พระตะบอง และจะมีการฝึกซ้อมยิงจรวดที่ซื้อจากรัสเซียว่า ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เราก็ถือว่าเป็นเรื่องภายในประเทศของเขา เขาจะไปไหนมาไหนก็เป็นเรื่องธรรมดา และตนคิดว่าพี่น้องประชาชนอย่ากังวลเลย เรื่องการดูแลแนวชายแดนเราก็เตรียมการเอาเรียบร้อย ยืนยันว่าดูแลปกป้องบ้านเมืองได้ไม่ต้องมีอะไรที่น่าหนักใจ
เมื่อถามว่า ทางฝ่ายกัมพูชาไปจัดซื้อจรวดหลายลำกล้องจากรัสเซียและจะมีการมาทดลองวิสัยการยิง นายสุเทพกล่าวว่า ตนได้เคยพูดจากับทางฝ่ายกัมพูชาไว้แล้วว่าเรื่องปัญหาชายแดนนั้นต้องช่วยกันดูแลควบคุม อย่าให้ขยายตัวบานปลาย ต่อข้อถามว่าการทดสอบเรื่องจรวดมองได้ว่าเป็นการแสดงศักยภาพเพื่อข่มขวัญฝ่ายไทยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงกล่าวว่า “ไม่หรอกครับ อย่าไปคิดมาก เราต้องคิดพอดีๆ คิดมากก็กังวลใจหวาดระแวงไปหมด เอาเป็นว่ากำลังของกองทัพไทยสามารถจะปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยไว้ได้ รักษาดินแดนของเราเอาไว้ได้ ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ การเตรียมพร้อมทุกอย่างเรียบร้อยหมด” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า โอกาสที่สมเด็จฯ ฮุนเซนจะขอมาเยี่ยมชมปราสาทตาเมือนธมยังมีความเป็นไปได้อยู่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เขาคงไม่มาสร้างปัญหาอะไรแล้วตอนนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของผู้นำของไทยไม่มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่บริเวณชายแดนบ้างหรือ นายสุเทพกล่าวว่า หากไปตอนนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องอื่นไปอีก แต่ตนฟังรายงานกันอยู่ตลอดเวลา ทางแม่ทัพภาคที่ 2 ท่านสามารถดูแลพื้นที่ชายแดนของท่านได้ พื้นที่ด้านล่างลงมาแม่ทัพภาคที่ 1 ก็ดูแลได้ เราต้องเชื่อในกำลังกองทัพและผู้นำกองทัพของเรา
'แม้ว'ทวิตตี 4 ยันเงินที่มีหาด้วยหยาดเหยื่อ
(26 ก.พ.) เวลา 04.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิต ผ่าน เว็บไซต์ http://www.thaksinlive.com กรณีผลการตัดสินคดียึดทรัพย์ ในวันนี้ (26 กพ.) ข้อความว่า "ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร น้ำใจของพี่น้องที่ห่วงใยและคอยให้กำลังใจผม และครอบครัวนั้นมันยิ่งใหญ่ที่ผมและครอบครัวจะจดจำไปนานแสนนานไม่มีวันลืม ขอยืนยันว่าเงินทั้งหมดเป็นเงินที่ผมและครอบครัวหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานมันสมอง ไม่เคยโกงดังที่ถูกกล่าวหา เมื่อปี 2537 แสดงบัญชีไว้กว่า 60,000 ล้าน"