Login
 
 

มองโลกผ่านธรรม
โดย...ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ
วัดพุทธปัญญา โพโมน่า
http://www.buddhapanya.org/




บทที่ 66 การกระทำกำหนดชีวิต (ตอนจบ)


เมื่อรู้ว่าความดีมีประโยชน์แก่ชีวิต เป็นปัจจัยชี้วัดคุณค่าของมนุษย์ควรหมั่นสะสมความดีไปเรื่อยๆ ทุกเวลาทุกสถานที่เพราะความดีอยู่ที่กาย วาจาและใจ ที่ไหนมีกายวาจาและใจที่นั้นก็สามารถทำความดีได้

                การทำความดีหรือความชั่วนั้น ไม่มีใครทำให้ใครได้ต้องทำเอาเอง ผู้อื่นเป็นเพียงผู้บอกทางหรือจูงใจหรือผลักดันบ้างเล็กน้อย แต่พลังอันยิ่งใหญ่ก็อยู่ที่ผู้ที่เห็นคุณค่าแห่งความดี และเห็นโทษของความชั่วอย่างชัดเจน แล้วลงมือละชั่ว ทำดีทันทีโดยไม่รั้งรอ

                ผลแห่งความดีหรือชั่วออกมาอย่างเหมาะสมตามหลักแห่งเหตุ และผลแท้จริงที่ว่าทำอย่างไรได้อย่างนั้น ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงบ่ายเบี่ยงหรือลบล้างได้โดยเด็ดขาด เป็นการตัดสินที่เกิดขึ้นในตัวตามกฎธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถจะแทรกแซงได้

                ความดีหรือความชั่วเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถกระทำได้ทุกเมื่อไม่มีคำว่าสายหรือช้าแต่อย่างใด จะเลือกเอาด้านไหนต้องอาศัยปัญญาพิจารณาอย่างลึกซึ้ง หากเข้าถึงการเห็นประจักษ์เช่นเห็นความชั่วเหมือนเห็นของเหม็น เห็นความดีเหมือนดอกไม้หอมอยู่ทุกขณะเวลา จิตใจที่มุ่งมั่นทำความดี คุ้นเคยกับความดี ดำรงอยู่ในความดีอย่างไม่หวั่นไหวในที่สุดความดีก็จะครอบครองชีวิตจนชีวิตทั้งชีวิตกลายเป็นความดี ที่เรียกว่าคนดีนั้นเอง

                พระพุทธเจ้าทรงเปรียบความดีเหมือนไฟที่มีเปลว มีสี มีแสง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการหุงต้มและประโยชน์อื่นๆ ได้ตามที่ไฟจะพึงมีประโยชน์ พระองค์ตรัสต่อไปว่า ไม่ว่ากษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล คนรวย คนจน นายพราน ช่างจักสาน คนเทขยะ เมื่อจุดไฟขึ้นมาแล้ว ย่อมมีเปลวไฟ แสงและสี ตลอดถึงประโยชน์การใช้งานที่ได้จากไฟก็ไม่ต่างกัน ย่อมมีคุณภาพเหมือนกัน

                พระองค์ยังชี้ต่อไปว่า ไม้ที่นำมาจุดไฟก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นไม้สัก ไม้สาละ ไม้สน ไม้จันทร์ ไม้ทับทิม ไม้รางสุนัข ไม้รางสุกร ไม้รางย้อมผ้า ไม้ละหุ่ง ก็ล้วนแต่ให้เปลวไฟสีและแสงที่เหมือนกัน ให้ความร้อนไปใช้งานที่จะต้องใช้ไฟได้เหมือนกัน

                มนุษย์ทุกชนชั้น ที่ตั้งใจเลิกจากความชั่วเด็ดขาด หันมาปฏิบัติความดีด้วยกาย วาจา และใจ ใช้ศีลสมาธิและปัญญา อันเป็นทางแห่งการดำเนินชีวิตอันประเสริฐมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ชำระจิตให้บริสุทธิ์ปลอดจากความ โลภ โกรธหลง ยินดีในธรรมอันนำออกจากความทุกข์ ย่อมมีสิทธิที่จะได้แสงสว่างแห่งพระธรรม ที่สามารถขับไล่อวิชชาให้หมดไปได้อย่างเท่าเทียมกัน

                เมื่อตั้งมั่นในศีลสมาธิปัญญา ปฏิบัติเพื่อเผาผลาญกิเลสด้วยความอดทนยิ่งย่อมมีสิทธิที่จะได้ความสงบเย็นอันเกิดจากการดับไปแห่งเพลิงกิเลสที่ถูกแผดเผาด้วยตะบะคือความพากเพียร อย่างเท่าเทียมกัน

                เมื่อศีลสมาธิปัญญาตั้งมั่นดีแล้ว มรรควิถีเปิดกว้างเดินตามทางพระอริยเจ้าทั้งหลาย กิเลสทั้งหลายที่คอยเกะกะระรานใจให้รกรุงรังจะหมดไปตามลำดับเข้าถึงความสะอาดบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากความเศร้าหมองทั้ง ย่อมมีสิทธิที่จะพบกับความอิสระเสรีอย่างเท่าเทียมกัน

                อิสระเสรีที่ได้พบนี้เป็นอิสรภาพที่ยั่งยืนอันอาศัยผลึกแห่ง ศีล สมาธิ และปัญญา ไม่ต้องอาศัยกฎเกณฑ์ใดๆ มากำหนดเพราะอิสระภายใต้ข้อกำหนดยังไม่ใช่อิสระที่แท้จริง แต่อิสระที่เกิดจากความสิ้นกิเลส เป็นอิสระที่ไร้ขีดจำกัด ไร้ข้อกำหนดทั้งหมด แม้จะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่สมมติ ก็อยู่อย่างเป็นอิสระ อย่างผู้เข้าถึงสัจธรรม

                 มนุษย์ทุกคนสามารถแสวงหาและค้นพบความเสมอภาคและเสรีภาพได้ทุกขณะ ทุกสถานที่อย่างไร้ข้อจำกัด มนุษย์สามารถเพิ่มคุณค่าให้ตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ เมื่อมนุษย์ได้ตระหนักว่าจุดเริ่มต้นที่สำคัญแห่งการแสวงหาความเสมอภาคและเสรีภาพอยู่ที่การฝึกฝน กาย วาจา และใจในกุศลกรรมบทนี้เอง

เขียน 12 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 8.15 น. ตรวจทานแก้ไข 23 สิงหาคม 2548 เวลา 10.22 น.

...............................................

 

พุทธวิถี

พุทธประวัติ พุทธสิกขา พุทธจริยวัตร พุทธภาวนา พุทธกิจ พุทธธรรม พุทธปัญญา

 

ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ ได้กรุณามอบหนังสือ “พุทธวิถี” ที่ท่านได้เขียนขึ้นและจัดพิมพ์เป็นอาจาริยบูชาฉลองร้อยปีชาตกาลพุทธทาสภิกขุ และฉลอง 95 ปีหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เมื่อปี 2548 ให้ไทยทาวน์ฯ ได้นำมาตีพิมพ์เผยแพร่เป็นวิทยาทานแด่ผู้อ่านชาวไทยในอเมริกา โดยเนื้อหาของพุทธวิถีนั้น ดร.พระมหาจรรยา ระบุเอาไว้ในคำนำว่า เขียนขึ้นโดยใช้ข้อมูลหลักจากพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย และหนังสือต่างๆ ที่กล่าวถึงพระพุทธเจ้าด้วยความประทับใจ แล้วนำมาพิจารณาเสนอในมุมมองของท่าน โดยปรารถนาให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องของพระพุทธเจ้าด้วยความรู้สึกเป็นกันเอง เหมือนนั่งล้อมวงสนทนาเรื่องพระพุทธเจ้า เรื่องธรรมะอย่างร่าเริง ไม่เคร่งเครียด โดยไทยทาวน์ฯ ขอกราบขอบพระคุณ ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ ในความกรุณาของท่านมา ณ โอกาสนี้

...............................................



นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :