Login
 
 

ข่าวคนไทยในอเมริกา
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์


ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์




ภาพรวงข้าวแจ๊สแมน จากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่า

ทูตเกษตรฯยืนยัน ‘แจ๊สแมน’ ไม่ได้เสี้ยวข้าวหอมมะลิไทย


แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : ทูตเกษตรฯ ประจำดีซี ยืนยันหลังลองชิม “ข้าวแจ๊สแมน” ทั้งไม่อร่อย และไม่หอม ยังห่างไกล “หอมมะลิ” อย่างเทียบไม่ติด พร้อมส่งตัวอย่างเม็ดข้าวให้กรมข้าวและกรมวิชาการเกษตร ตรวจดีเอ็นเอแล้วว่าตัดต่อพันธุกรรมจากหอมมะลิไทยหรือไม่

ต่อกระแสข่าว “ข้าวแจ๊สแมน” ซึ่งศูนย์พัฒนาการเกษตรของมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่า ใช้เวลาในการปรับปรุงสายพันธุ์ถึง 12 ปี ก่อนจะเปิดตัวเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยอ้างว่า ข้าวแจ๊สแมน เป็นข้าวคุณภาพสูง มีกลิ่นหอมและรสชาติเหมือนข้าวหอมมะลิของไทย อีกทั้งให้ผลผลิต (yield) สูง สามารถใช้บริโภคทดแทนข้าวหอมมะลิของไทย ซึ่งเป็นข้าวระดับพรีเมี่ยมที่มีราคาแพงได้ ซึ่งไทยทาวน์ฯ ได้นำมาเสนอเมื่อกลางเดือนกันยายน และกลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในช่วงที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อัครราชทูตที่ปรึกษาการเกษตร ประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี เปิดเผยกับไทยทาวน์ฯ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทางสำนักงานได้ดำเนินการติดต่อขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่าทันทีที่ทราบข่าว และว่าตนเป็นห่วงอยู่สองประเด็น คือผลผลิต (yield) ของข้าวแจ๊สแมน ที่อ้างว่าสูงถึง 1,260 กิโลกรัมต่อไร่ หรือสูงกว่าข้าวปกติถึง 3.5 เท่า และห่วงเรื่องคุณภาพของข้าวที่อ้างว่าเหมือนหรือใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิของไทย

 “ก็ติดต่อไปที่มหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่าโดยตรง ได้คุยกับหัวหน้านักวิจัยโดยตรงเลย คือดร.ซื่อหยวน ชา เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งในประเด็นเรื่องผลผลิตนั้น เขาก็ตอบไม่ชัดเจน ซึ่งผมเองก็พยายามหาเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแล้วส่งไปให้กรมวิชาการเกษตร และกรมข้าวทำการตรวจสอบ ตรวจดีเอ็นเอดูแล้วว่าทำอย่างที่เขาอ้างได้ไหม ส่วนข้อสอง เรื่องคุณภาพของข้าวนั้น จากตัวอย่างที่เราได้มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณสมบัติเบื้องต้นที่เราดูด้วยตา เม็ดข้าวของแจ๊สแมนจะสั้นกว่า สีก็ขุ่นกว่า ไม่ขาวนวลเหมือนเม็ดข้าวหอมมะลิไทย พอหุงดู กลิ่นของเขา แน่นอนเลยว่าไม่ใช่กลิ่นของข้าวหอมมะลิ ไม่ใกล้เคียงเลย ตอนหุงยังได้กลิ่นบ้าง แต่พอข้าวสุกแล้วก็ไม่มีกลิ่นเลย พอทานแล้ว รู้สึกว่ามีเนื้อแป้งเยอะกว่าข้าวหอมมะลิ คือจะเหนียวๆ แฉะๆ ไม่อร่อยเท่า พอลองทานแล้ว ผมหมดความกังวลในเรื่องที่เขาอ้างทั้งหมดเลย” นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ กล่าว

อัครราชทูตที่ปรึกษาการเกษตร ฯ กล่าวอีกว่าการพัฒนาพันธุ์ข้าวแจ๊สแมนดังกล่าว ดร.ซื่อหยวน ชา กล่าวว่าเป็นการผสมพันธุกรรมระหว่างข้าวพื้นเมืองของหลุยส์เซียน่ากับข้าวหอมของจีน ไม่มีการอ้างถึงข้าวหอมมะลิของไทยแต่อย่างใด

“เขาก็อาจจะไม่บอกข้อมูลเท่าไหร่ แต่เราก็ได้ส่งตัวอย่างไปให้กรมการข้าว และกรมวิชาการแล้ว อย่างละห้าถุงให้ตรวจในเชิงลึก ตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งตอนนั้นคงมีรายละเอียดมากขึ้น”

นายระพีภัทร์กล่าวอีกว่า การปรับปรุงสายพันธุ์ข่าวแจ๊สแมน เพิ่งสำเร็จลงเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาดในลักษณะเชิงพาณิชย์ เท่าที่ตนทราบ ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกเพียงประมาณ 70 เอเคอร์เท่านั้น และว่าราคาของข้าวแจ๊สแมนที่ตนสั่งซื้อมาทดลองรับประทานนั้น มีราคาใกล้เคียงกับราคาข้าวอเมริกันเม็ดยาวที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป คือขนาด 25 ปอนด์ (11.34 กิโลกรัม) ราคา 13 ดอลลาร์

“แต่เท่าที่ผมมอง คิดว่าคงเขาไปแย่งตลาดกับข้าวอเมริกันเม็ดยาวมากกว่า เพราะอย่างที่เราทราบกัน ร้านไทยทั่วอเมริกาส่วนใหญ่ เขาใช้ข้าวอเมริกันอยู่แล้ว ไม่ได้บริโภคข้าวไทยมากขนาดนั้น ยกเว้นร้านหรูระดับพรีเมี่ยมจริงๆ ที่เอาข้าวหอมมะลิไปขาย ประเทศไทยส่งข้าวมาสหรัฐอเมริกาเพียง 300,000-350,000 ตันต่อปี หรือไม่ถึง 10% ของส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศเท่านั้น เพราะฉะนั้นตลาดที่จะถูกแจ๊สแมนออกมาแข่งก็เป็นตลาดเดิมๆ ของเขา ไม่น่าจะกระทบการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย ที่บางหน่วยงานตกใจว่าอีกสองปีเราส่งออกไม่ได้แล้ว ผมว่าไม่มีทาง”

อัครราชทูตที่ปรึกษาการเกษตรฯ กล่าวอีกว่า ตนได้สรุปข้อมูลทุกอย่างส่งไปให้กระทรวงเกษตรฯ แล้ว รวมทั้งระบุด้วยว่า ประเทศไทยจะหยุดวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวไม่ได้อย่างเด็ดขาด “คือข้าวหอมมะลิของเรานี่ นักวิจัยเรามั่นใจว่ามันขึ้นอยู่กับพื้นที่เพาะปลูกเป็นสำคัญ แต่เราประมาทไม่ได้ เพราะไม่ใช่แค่อเมริกา แต่หลายประเทศเขาก็พยายามทำกันอยู่อยู่ ถึงวันนี้เขายังผลิตไม่ได้ อนาคตข้างหน้า เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อได้ลองชิมข้าวแจ๊สแมนแล้ว ตนเห็นว่ารสชาติสู้ข้าวอเมริกันเม็ดยาวที่ครองตลาดอยู่ในเวลานี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ

“ไม่ห่วงเรื่องรสชาติ ห่วงเรื่องปลอมปนมากกว่า กลัวมากเลยเพราะตอนแรกบอกว่าเหมือนกันมาก อร่อยเหมือนกัน กลัวว่าจะปลอมปน ใส่ของเขาสัก 70 ของเรา 30 แล้วเอามาขาย กำไรก็เยอะ กลัวมาก แต่หลังจากทดสอบแล้ว คงปลอมลำบาก เพราะไม่เหมือนกันเลย” นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ กล่าว

อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านการเกษตร ให้ความเห็นอีกว่า การประชาสัมพันธ์ข้าวแจ๊สแมนว่าสามารถทดแทนข้าวหอมมะลิของไทยได้นั้น น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้ชาวอเมริกันบริโภคข้าวที่ผลิตภายในประเทศให้มากขึ้นมากกว่า

“รัฐหลุยส์เซียน่ามีกลุ่มเอ็นจีโออนุรักษ์นิยม ที่รณรงค์การบริโภคสินค้าที่ผลิตเองได้ในสหรัฐฯ และต่อต้านการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอยู่มาก ยกตัวอย่างเช่นกุ้ง กลุ่มเอ็นจีโอในหลุยส์เซียน่าพยายามปกป้องการผลิตกุ้งเพาะเลี้ยงในรัฐของเขา มีการหยิบยกประเด็นต่างๆ มาพาดพิงกับการส่งออกกุ้งของไทยบ่อยๆ เพราะไทยมีส่วนแบ่งตลาดกุ้งในอเมริกามากที่สุด ไม่ว่าปัญหาแรงงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นตามที่อ้าง หรือเป็นเพียงข้อมูลเก่าที่มีการแก้ไขไปแล้ว ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ข้าวแจ๊สแมนที่ปลูกได้ในรัฐหลุยส์เซียน่า จึงอาจเป็นการสร้างกระแส เพื่อรณรงค์การบริโภคข้าวภายในประเทศให้มากขึ้นมากกว่า โดยเฉพาะช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้” 

อนึ่ง ข้อมูลจากเว็บไซต์ของศูนย์พัฒนาการเกษตร มหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่า พูดถึงผลผลิต (yield) ในแปลงทดลองของข้าวแจ๊สแมนว่า อยู่ที่ 50.2 บาร์เรล หรือประมาณ 8,132 ปอนด์ ต่อเอเคอร์ (2ไร่ครึ่ง).

 

 



นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :