Login
 
 

สิงห์ทะเลทราย
โดย หนุ่ม นครบาล
Email: IPTVAZ@HOTMAIL.COM

สิงห์ทะเลทราย ประจำฉบับที่ 765

" ขว้างงูไม่พ้นคอ " โดยหนุ่มเมืองจันทร์
 





 
     ในอดีตกาล  พระราชาจุลนีครองราชย์ในอุตรปัญจาลนคร  วันหนึ่งบุรุษคนหนึ่งถือข้าวสาร ๑ ทะนาน  ข้าวสุก ๑ ห่อและกหาปณะ ๑ พัน  ว่ายข้ามแม่น้ำ  เมื่อถึงกลางแม่น้ำก็อ่อนกำลัง  ไม่อาจจะว่ายข้ามไปได้  จึงร้องตะโกนว่า  ข้าพเจ้ามีข้าวสาร ๑ ทะนาน  ข้าวสุก ๑ ห่อ  และกหาปณะ ๑ พัน  ผู้ใดช่วยพาข้าพเจ้าไปถึงฝั่งได้  ข้าพเจ้าจะมอบสิ่งที่ชอบใจที่มีอยู่ให้ผู้นั้น  
 
    ลำดับนั้น  มีบุรุษผู้แข็งแรงคนหนึ่ง  นุ่งผ้าให้มั่นคง  กระโดดลงแม่น้ำว่ายไปโดยเร็ว  เมื่อถึงตัวก็คว้าแขนของบุรุษผู้หมดแรงพาว่ายข้ามฟาก  จากนั้นก็ทวงรางวัล  ก็ได้รับคำตอบว่า  ท่านจงถือเอาข้าวสาร ๑ ทะนาน  หรือข้าวสุก ๑ ห่อ
 
    บุรุษผู้พาข้ามฟากกล่าวว่า  ข้าพเจ้าไม่คิดถึงชีวิตพาท่านข้ามฟาก  ข้าพเจ้าไม่ต้องการของ ๒ สิ่งนั้น  ท่านจงให้กหาปณะแก่ข้าพเจ้า
 
   บุรุษผู้จะให้ของที่ชอบใจกล่าวว่า  ข้าพเจ้าจะให้สิ่งที่ชอบใจจากของ ๓ อย่าง  บัดนี้ข้าพเจ้าก็ให้สิ่งที่ข้าพเจ้าชอบใจแก่ท่าน  ท่านอยากได้ก็จงถือเอา
  บุรุษผู้พาข้ามฟากจึงถามคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ได้รับคำตอบว่า  ท่านจงรับเอาเถิด  บุรุษผู้พาข้ามฟากไม่ยอมรับจึงพาคู่กรณีไปศาล  เมื่อผู้พิพากษาฟังเรื่องที่เกิดขึ้นก็ตัดสินให้ยอมรับเอาข้าวสาร  ๑ ทะนานหรือข้าวสุก ๑ ห่อ  บุรุษผู้พาข้ามฟากไม่พอใจคำตัดสินจึงกราบทูลพระราชาจุลนี ๆ ก็ทรงตัดสินเหมือนเดิม  บุรุษผู้พาข้ามฟากจึงพูดขึ้นหน้าพระที่นั่งว่า  พระองค์ทรงทำข้าพระองค์ผู้สละชีวิตลงสู่แม่น้ำให้มีโทษ
 
   ขณะนั้น  พระนางสลากเทวีผู้เป็นพระชนนีแห่งพระราชาจุลนีและทับนั่งอยู่ใกล้  ได้ตรัสเตือนพระราชาว่าพระองค์ทรงวินิจฉัยผิด  พระเจ้าจุลนีจึงทูลพระราชมารดาให้ทรงวินิจฉัยคดีเสียใหม่  พระนางสลากเทวีจึงรับสั่งกับบุรุษผู้จะให้ของที่ชอบใจว่า  จงวางของ ๓ อย่างไว้บนพื้นแล้วตรัสว่า  เจ้าจงไปเสีย  ถือเอาของที่ชอบใจไปด้วย
 
  บุรุษนั้นถือถุงกหาปณะ ๑ พันแล้วเดินไป  พอเดินไปได้หน่อยหนึ่งพระนางก็ตรัสว่า  เจ้าชอบกหาปณะ ๑ พัน หรือ  บุรุษผู้นั้นก็ยอมรับ  พระนางตรัสว่า  เจ้าพูดกับบุรุษผู้พาข้ามฟากว่า จะให้ของที่ชอบใจจากของ ๓ อย่างนี้แก่เขาหรือไม่ได้พูด  บุรุษผู้นั้นก็ยอมรับ  พระนางจึงรับสั่งว่า  ถ้าอย่างนั้นเจ้าจงให้กหาปณะ ๑ พันแก่บุรุษที่พาเจ้าข้ามฟาก  บุรุษผู้นั้นก็จำใจมอบกหาปณะ ๑ พันให้คู่กรณีด้วยน้ำตานองหน้า
     
     พูดถึงสาระความหมายของเรื่องนี้ คงจะกล่าวได้ว่า บุคคลผู้จะให้ของที่ชอบใจเป็นคนเจ้าเล่ห์ ใช้ปัญญาคิดอุบายเพื่อเอาเปรียบคนอื่น ในที่สุดก็ถูกกระทำตอบแทนด้วยอุบายอย่างเดียวกันจากผู้ที่มีปัญญาเหนือกว่า ลักษณะเช่นนี้สำนวนไทย เรียกว่า ขว้างงูไม่พ้นคอ หมายถึงทำอะไรแล้วผลร้ายกลับสู่ตัวเอง  วิธีที่จะแก้อุบายของบุคคลเจ้าเล่ห์เลือกของที่ชอบใจ  ถ้าเลือกกหาปณะก็แสดงว่าเขาชอบกหาปณะ  หากเลือกสิ่งอื่นพระนางก็จะปล่อยให้เขาไปพร้อมด้วยสิ่งนั้น  แล้วมอบกหาปณะให้แก่บุรุษผู้พาข้ามฟาก, ในเรื่องนี้บุคคลเจ้าเล่ห์ได้รับผลจากการกระทำของตนทันที  ถ้าในเวลานั้นพระนางสลากเทวีไม่ได้ประทับอยู่ในที่นั้นด้วย  เขาก็จะรอดพ้นไปได้ชั่วคราว  การให้ผลของกรรมจึงขึ้นกับองค์ประกอบหลายอย่างเช่น  ความหนักเบาของกรรม  บุคคล  เวลา  และสถานที่  การทำดีแล้วไม่ได้ผลดี  (ด้านวัตถุ) ในทันที  เพราะว่า  ทำดียังไม่ถึงขนาดที่จะให้ผลทันที  หรือว่าบุคคล  เวลา  สถานที่  ไม่อำนวย  อย่างไรก็ตามเมื่อทำดีหรือชั่ว  ย่อมได้รับผลดีหรือชั่วทางใจในทันที  กล่าวคือ ถ้าทำดี  ใจก็ผ่องใสทันที  ถ้าทำชั่ว  ใจก็เศร้าหมองทันที  เท่านั้นเอง



นำเสนอข่าวโดย : ACHARIYA AUAYFUAY
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์