Login
 
 

สรุปข่าวรอบสัปดาห์
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์














































สรุปข่าวรอบสัปดาห์


ทักษิณไปรัสเซียทำไม นัดถกจีบีซี.ไทย-กัมพูชา หวังฟื้นสัมพันธ์ กมธ.เร่งสอบ 'มาร์ค-กรณ์'ส่งSMS ทำบุญวันเกิด 90 ปี ป๋าเปรมงดพูด เจาะลึก ส.ส.สมองไหล 'สุวิทย์' เซ็งงบซ่อม ฮ.โดนหั่น ระเบิดคิงเพาเวอร์ ศอฉ.ถกด่วน พธม.มอบตัวคดีปิดสนามบิน "มาร์ค"เข้าแจงปปช.


           ทักษิณไปรัสเซียทำไม
          
การปรากฏตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศรัสเซีย ทำให้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังจากที่ตัวของเขาเงียบหายไปจากวงการหน้าหนังสือพิมพ์เมืองไทยหลายเดือน ภายหลังที่ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ “เผาบ้าน-เผาเมือง” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

แม้แต่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กระแสข่าวก็ว่า ไม่ได้เดินทางเข้าไปประมาณ 3-4 เดือนแล้ว การไปปรากฏตัวอยู่ที่ประเทศรัสเซีย จึงถูกโยงใยไปว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กับ “วิคเตอร์ บูท” รวมไปถึงรัสเซียกับสหรัฐได้หรือไม่?

สายสัมพันธ์อัน “แน่นแฟ้น” ระหว่าง วลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และยิ่งเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเพื่อนอยู่ในบริษัทที่พร้อมจะเป็นล็อบบี้ยิสต์ในการประโคมด้วยแล้ว ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน

“สงครามเย็น” ระหว่างสหรัฐอเมริกา-รัสเซีย ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ คือประเทศมหาอำนาจที่ต่างฝ่ายต่างมีดรีกรีที่น่ากลัวไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอาวุธยุทโธปกรณ์ และกำลังทางด้านการทหารที่ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าจะเกิด "ความตึงเครียดรอบใหม่" ขึ้น

ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นตัวกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ทำให้ตกที่นั่งลำบากไม่น้อย จึงเรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง ปิดห้องลับเพื่อหารือแนวทางออก แม้ว่าตัวของ “วิคเตอร์ บูท” เป็นเพียงนักโทษโนเนมที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงสักเท่าไหร่ แต่ในเรื่องของศักดิ์ศรีของสองชาติยักษ์ใหญ่ก็มิอาจชะล่าใจได้ 

ส่วนการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไปปรากฏตัวอยู่ที่ประเทศรัสเซีย หน่วยงานด้านความมั่นคง มองว่า คงไม่สามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อคำตัดสินของศาลยุติธรรมของไทยได้ แต่การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดความวุ่นวายแบบเล็กน้อยเท่านั้น หรือแบบอาฟเตอร์ช็อก

 

กมธ.เร่งสอบ 'มาร์ค-กรณ์'ส่งSMS

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ฐานะประธานกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมคณะกรรมการฯเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประชุมสภาฯเห็นชอบกับประมวลจริยธรรมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ โดยนายชัย กล่าวว่า กรรมการเตรียมพิจารณา 5 เรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ ได้แก่ 1. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาวินิจฉัยว่าการกระทำของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฯ อาทิ ขึ้นเวทีปราศรัยของนปช., นำผู้ชุมนุมไปยึดสถานที่ต่างๆ ที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว. ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบก่อนหน้านี้ 2. นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ของให้วินิจฉัยว่าส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายจตุพร, นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม., นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี, นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน และนายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย ส.ส.ขอนแก่น กระทำฝ่ายฝืนข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมฯ กรณีมี พฤติกรรมขึ้นเวที นปช., การบุกรุกพื้นที่รัฐ

นายชัย กล่าวว่า 3. นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวหาส.ส.พรรคภูมิใจไทยกล่าวถ้อยคำหยาบคายในการประชุมสภาฯ ชุดที่ 23 ปีที่ 2 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 52 ที่พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553   4. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ว่ามีพฤติกรรมส่อไปในทางคุกคามสวัสดิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของตน และ 5. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ตรวจสอบกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ดำเนินการให้บริษัทผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์มือถื่อรวม 3 ราย จัดส่งข้อความสั้น (SMS) ถึงประชาชน

 “การพิจารณาดังกล่าวจะดำเนินควบคู่ไปกับถามมติที่ประชุมว่าจะคัดเลือก 3 อดีตประธานสภาฯ เข้าร่วมเป็นกรรมการ และกรณีที่ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านเข้าร่วมกรรมการจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือไม่” นายชัย กล่าว

 

นัดถกจีบีซี.ไทย-กัมพูชา หวังฟื้นสัมพันธ์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย –กัมพูชา (จีบีซี) ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 8-10 ก.ย.นี้ โดยฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่โรงแรมเรเนอซอง กรุงเทพ หลังจากที่ ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาและ ไทยเห็นพ้องต้องกัน ให้เลื่อนการประชุมที่เคยกำหนดไว้ในวันที่ 27-28 ส.ค.ที่ผ่านมาออกไปก่อน เนื่องจากบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาไม่ ดีนัก เนื่องจากคณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนพัฒนาพื้นที่รอบเขาพระวิหาร หลังคณะของไทยคัดค้านแผนดังกล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จากการประสานงานของคนกลาง และ การพูดจาระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.เตีย บันห์ รมว.กลาโหมของกัมพูชาทางโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอทำให้การประชุมจีบีซีเกิดขึ้น ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ประกอบกับสัญญาณความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดีขึ้นอย่างมาก หลังการลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยเริ่มมีความระมัดระวังในการแสดงท่าทีกับกัมพูชามาก ขึ้น

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กรอบการเจรจาของจีบีซี ที่จะมีขึ้นในการประชุมครั้งนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการรับรองผลการประชุมครั้งก่อนหน้าที่นำเข้าสู่รัฐสภา เมื่อครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามกรอบการประชุมจีบีซี ครั้งที่ 7 จะเน้นหนักที่ความร่วมมือทางด้านความมั่นคง และการทหาร ระหว่างสองประเทศ เช่น ปัญหายาเสพติด สถานการณ์ความมั่นคงทางทะเล ระบบความร่วมมือของทหารในพื้นที่ การเก็บกู้วัตถุระเบิด เป็นต้น ซึ่งเชื่อมั่นว่า การหารือจะมีทิศทางบวก เนื่องจากสถานการณ์ความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลสองประเทศเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้ง ผู้นำของสองชาติ มีวาระจะได้พบกันในเวทีนานาชาติในรอบสามเดือนจากนี้อีกหลายครั้ง.

 

ทำบุญวันเกิด 90 ปี ป๋าเปรมงดพูดการเมือง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ส.ค. ที่วัดเทวราชกุลชรวรวิหาร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางไปทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด 90 ปี โดยได้สวมเสื้อผ้าชุดสีส้ม ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป จากนั้นได้ปล่อยปลาหมอ ปลาไหล ปลาดุก รวม 99 ตัว ซึ่งบรรยากาศในการทำบุญครั้งนี้มีเพียงเฉพาะญาติและคนสนิทใกล้ชิดเท่านั้น ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ร่วมงานใส่ชุดสีส้มเช่นเดียวกับ พล.อ.เปรม

หลังเสร็จสิ้นการทำบุญทาง พล.อ.เปรม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามต่อสื่อมวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง โดยระบุสั้นๆ ว่า "วันนี้เป็นวันเกิดจึงไม่ขอพูดเรื่องการเมือง"

ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากทำเนียบ เพื่อนำกระเช้าดอกไม้เข้าอวยพร พล.อ.เปรม ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ โดยการเข้าพบครั้งนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในบ้านพัก

 

เจาะลึก ส.ส.สมองไหล เมื่อถึงฤดูแปรพักตร์

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ได้สิ้นสุดลง หลังใช้เวลายาวนานถึง 5 วัน กว่าจะได้มติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนนเสียง 253 ต่อ 178 เสียง ขณะที่งดออกเสียง 14 เสียง และอีก 21 เสียงไม่ได้ลงคะแนน 

เสียงที่ไม่ลงคะแนน จำนวน 21 เสียงนั้น 20 คะแนนเสียงเป็นของรัฐมนตรี ส่วนอีก 1 เสียง เป็นเสียงจาก "วิฑูรย์ นามบุตร" ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่สร้างความประหลาดใจให้กับสภาฯ อยู่ไม่น้อย แต่เจ้าตัวก็ชี้แจงไปแล้วว่า เมื่อคืนก่อนลงคะแนนได้เลิกประชุมดึก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงเกิดความผิดพลาดโดยไม่ได้กดเลือกช่องใด ซึ่งได้ยืนยันแล้วว่า เป็นความผิดพลาดไม่ใช่การส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างที่หลายคนเข้าใจ

พรรคฝ่ายค้านที่มีสัญญาณออกมาว่าเลือดยังไม่หยุดไหล แม้ก่อนหน้าจะมีมติขึงขัง เข้มงวดกับ ส.ส.ที่จะโยกย้ายแปรพักตร์ ถึงขนาดติดประกาศขับไล่ ส.ส.ใจโลเลกันเลยทีเดียว แต่จำนวนสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีอยู่ 189 เสียง กลับออกเสียงไม่เห็นด้วยเพียง 178 เสียง เท่ากับหายไป 11 เสียง มี 1 เสียงเป็นของนายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พรรคประชาราช ที่ร่วมลงมติไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จึงมีเสียงทั้งหมด12 เสียง แบ่งเป็นลาประชุม 3 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และโหวตเห็นด้วยอีก 6 เสียง

โดย ส.ส. ที่ลาประชุม คือ 1. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ส.ส.มหาสารคาม 2. นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.สมุทรปราการ 3. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.สัดส่วน ที่งดออกเสียง 3 เสียง คือ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ซึ่งทั้ง 2 คน ทำหน้าที่งดออกเสียงตามปกติ แต่ที่สร้างความมึนงงให้กับบรรดา ส.ส. ในสภาฯ คือ นายนิยม วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี ที่งดออกเสียงไป ไทยรัฐออนไลน์ ได้พยายามติดต่อเพื่อที่จะขอสัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าวหลายครั้ง ว่าสิ่งที่ทำเกิดจากความผิดพลาดหรือความจงใจ แต่ก็ไม่ได้รับสาย ขณะที่ ส.ส.พรรคเดียวกัน ก็เอ่ยปากเชิงประชดประชัน ว่าหากมีปัญหาด้านสายตา พรรคจะตัดแว่นให้

ประเด็นที่น่าจับตาก็อยู่ 6 เสียงเพื่อไทย ที่โหวตสวนมติพรรคนี่แหล่ะ !!

โดยทั้ง 6 คน ได้แก่ นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน ที่เตรียมย้ายสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และ 4 ส.ส. ที่ประกาศตัวชัดเจนแล้วว่าจะไปร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย คือ นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร, ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี, นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน, นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก และรายสุดท้าย นายปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน ได้โหวตสนับสนุน พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตั้งแต่เริ่มโหวตรับรองรายมาตราในช่วงแรก ท่ามกลางกระแสข่าวการย้ายพรรคไปซบอกพรรคภูมิใจไทย

นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ประธาน ส.ส. พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.ไหลเข้าพรรค ว่า ขณะนี้ยังไม่มี ส.ส.จากพรรคใดไหลเข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย  แต่การที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคน โหวตคะแนนเสียงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นั้น เนื่องมาจาก ส.ส.เหล่านั้นเห็นว่าเงินงบประมาณจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และยังต้องการให้รัฐบาลบริหารประเทศได้ต่อไป   ส่วนที่ ส.ส.จะย้ายเข้ามาร่วมอุดมการณ์กับพรรคนั้น พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เปิดกว้าง หากใครจะมาร่วมทำงานด้วย พรรคก็ยินดี

 

'สุวิทย์' เซ็งงบซ่อม ฮ.โดนหั่น

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ เตรียมซ่อมบำรุงเครื่องเฮลิคอปเตอร์เก่าที่มีทั้งหมด 9 ลำ โดยมีเพียง 5 ลำที่สามารถบินได้ อีก 4 ลำต้องยกเครื่องใหม่ทั้งหมด เนื่องจากมีความจำเป็นเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยจะสำรวจว่าขาดอะไร เช่น เครื่องช่วยเดินอากาศ ระบบนำร่อง วิทยุ การติดต่อสื่อสาร หรือ อุปกรณ์กรณเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ เพื่อปรับปรุงและติดตั้ง รวมถึงการเพิ่มบุคลากร ได้แก่ นักบินและผู้ช่วยนักบิน เพราะ ทส.ใช้งานเฮลิคอปเตอร์ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นชั่วโมงต่อปี เพื่อออกดูแลพื้นที่ ความปลอดภัยของชีวิตบุคลากรไม่ว่าระดับใด ต่างถือเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ จำเป็นต้องมีเครื่องมือช่วยสนับสนุนนักบินด้วย ซึ่งตอนนี้ฮ.ของกระทรวงฯ​ มีมาตรฐานนิรภัยการบินต่ำกว่ากฎนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการบินนอกเส้นทางปกติคือบินเพื่อสำรวจป่าไม้จึงมีระดับการบินแตกต่างจากการบินทั่วไป

แผนการจัดหาฮ.ต้องมีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้จะเน้นการปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องมากกว่า ส่วนงบประมาณสำหรับการซ่อมบำรุงนั้นยังไม่สามารถประเมินได้ว่าเท่าไร งบซ่อมบำรุงในปี 2554 ก็ถูกตัดเหลือเพียง 25 ล้านบาท จากเดิม 50 ล้านบาท อาจทำให้ใช้ฮ.ได้เพียง 3 ลำ ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาภาพรวมอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ยังสามารถของบประมาณกลางจากรัฐบาลได้หากพิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าได้งบประมาณมากหรือน้อยแต่อยู่ที่ความจำเป็นของอุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากรที่จำเป็นต้องพัฒนาต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ฮ.ทั้งหมดที่ ทส. ใช้ยังเป็นการรับช่วงต่อมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วงที่มีการแบ่งกระทรวง ทส. แบ่งฮ.ส่วนหนึ่งมาจากกรมป่าไม้ ส่วนฮ.ที่ได้รับโอนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่วนหนึ่งเป็นฮ.ที่ใช้สำหรับตรวจและดับไฟป่า โดยได้รับโอนมาทั้งสิ้น 14 ลำ เป็นซาก 3 ลำ ที่เหลือ 11 ลำนั้นก็ตกไปอีก 2 ลำ เหลือเพียง 9 ลำ ซึ่งสามารถใช้งานได้ 5 ลำเท่านั้น นักบินก็มีจำนวนจำกัดทั้งช่างเครื่องและช่างสื่อสารโดยมีเพียง 10 คนเท่า และยังว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง ในส่วนของคดีฮ.ตกนั้น ขณะนี้ ศูนย์นริภัยการบิน กรมการบินพลเรือน กองทัพอากาศได้เข้าตรวจสอบแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบจากทางกระทรวงฯ ร่วมด้วย

 

ระเบิดคิงเพาเวอร์ ศอฉ.ถกด่วน

ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุระเบิดที่ห้างคิงเพาเวอร์ ซ.รางน้ำ เมื่อคืนวันที่ 26 ส.ค. ว่า เจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ตนทราบ หลังจากเกิดเหตุประมาณ 20 นาที ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าเกิดเหตุระเบิดในสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์อย่างนี้ สามารถบอกได้หรือไม่ว่าเป็นเรื่องการเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่สามารถวางใจได้ คนที่มีความตั้งใจที่จะก่อเหตุความวุ่นวายในบ้านเมืองยังมีความพยายามอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องทำงานให้แข็งแรงขึ้นมากกว่านี้  ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นพอจะรู้หรือไม่ว่าเป็นกลุ่มไหนที่กระทำการ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกลุ่มไหน อย่างไร แต่สามารถพูดในภาพรวมได้หลังจากที่มีการติดตามและประเมินอยู่ตลอดว่า กลุ่มคนที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ไม่ลด ละ เลิก ความพยายามที่จะทำการ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ

นายสุเทพ ยังกล่าวด้วยว่า ในการประชุม ศอฉ. ในเวลา 10.00 น. วันนี้ จะนำประเด็นเหตุระเบิดที่ห้างคิงเพาเวอร์ มาหารือด้วย เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นโยงกับเรื่องอะไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีอยู่เรื่องเดียวคือต้องการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง

เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะนัดกันเคลื่อนไหวอีกรอบหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงตอบไม่ได้

 

พธม.มอบตัวคดีปิดสนามบิน

แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ รวมทั้งแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 อาทิ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายศรัณยู หรือนรัณยู หรือ “ตั้ว” วงษ์กระจ่าง ดารานักแสดงชื่อดัง น.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ เดินทางเข้ามอบตัวรับทราบข้อหากับคณะพนักงานสอบสวนที่นำโดย พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และพล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. โดยมีผู้ชุมนุมกว่า 100 คนมาให้กำลังใจ

นายสนธิ ซึ่งเดินทางมารับทราบข้อกล่าวพร้อมให้ปากคำพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นคนแรก จึงเดินทางกลับท่ามกลางเสียงโห่ร้องให้กำลังใจของผู้ชุมนุมที่รออยู่หน้าอาคาร โดย นายสนธิ กล่าวว่า ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและจะทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรส่งมาให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน คดีนี้ไม่ได้รู้สึกหนักใจที่ถูกแจ้งข้อหาก่อการร้ายเพราะมั่นใจในพยานหลักฐานว่าสามารถหักล้างได้ทั้งหมด เรื่องอาวุธที่มีเพียงมือตบ ไม้กระบอง ซึ่งไม่เข้าข่ายคดีก่อการร้ายแต่อย่างใด

เมื่อถามถึงการฟ้องกลับพนักงานสอบสวนในคดี นายสนธิ กล่าวว่า จะฟ้องกลับพล.ต.ท.สมยศ หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน และจะไม่รอให้คดีสิ้นสุดก็ขอให้ พล.ต.ท.สมยศ เตรียมตัวว่าภาคประชาชนจะติดตามและดำเนินการทุกกรณีโดยจะใช้ทุกช่องทางไม่ว่าจะร้องต่อ ป.ป.ช. ฟ้องคดีแพ่ง ร้องศาลปกครอง ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีทั้งหมด 79 คนก็จะฟ้อง 79 คดี แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้วก็เตรียมตัวรอขึ้นศาลได้เลย

 

"มาร์ค" เข้าแจงปปช.กรณีตั้ง "กษิต"-ส่ง SMS

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) เพื่อเข้าให้ถ้อยคำต่อปปช. กรณีที่แต่งตั้งให้นายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และกรณีส่งข้อความสั้นผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (SMS) เข้าโทรศัพท์ของประชาชน ในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ

จากนั้นเวลา 11.30 น.นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ถนนวิภาวดี เพื่อรับฟังแนวทางการปฏิรูปสื่อ ตามแผนปรองดองแห่งชาติ

 

 



นำเสนอข่าวโดย : เรมาวดีี อ่่อนประสงค์
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :