วันนี้เรามีโอกาสได้เข้าไปเจาะลึกหัวใจรักของนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดีอย่าง “จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร”ซึ่งมีผลงานมากมายทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เขาจะมาเปิดหัวใจรักระหว่างเขาและภรรยาสาวสวย “มิกิ-พรพรรณ สมุทรโคจร” เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจะมีความเป็นมาอย่างไร เราไปติดตามเรื่องราวความรักที่สุดแสนจะลงตัวของทั้งคู่กันเลยดีกว่าค่ะ...
พรหมลิขิตครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
คุณจ๊อบ : เราแต่งงานกันปี 2002 ก็นับย้อนไปอีกประมาณ 7 ปี ก็ประมาณปี 1995 ที่เราเริ่มรู้จักกัน คือ มิกิเค้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนผมน่ะครับ
คุณมิกิ : เพื่อนจ๊อบเค้าทำโมเดลลิ่ง แล้วน้องชายพี่เค้าไปเป็นนายแบบ เค้าก็รู้จักกับจ๊อบ แล้วก็เลยแนะนำให้รู้จักกัน ก็เลยได้รู้จักกันจากตรงนั้น แต่เราสองคนรู้จักกันครั้งแรกด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ (ยิ้ม)
คุณจ๊อบ : เพราะว่าผมอยากสนิทสนมกับน้องเค้า แต่เค้าเป็นพี่คนโตของบ้าน ก็เป็นห่วงน้องๆ อยากให้เลิกงานแล้วก็รีบกลับบ้าน แล้วผมก็เลยรู้สึกว่ามันทำไม 6 โมงเย็นแล้วมันต้องให้กลับบ้านเลยเหรอ ผมก็เลยบอกน้องเค้าว่าเดี๋ยวผมจะโทรไปเคลียร์กับที่บ้านเค้าให้รู้เรื่อง ว่าทำไมต้องรีบกลับบ้านมากขนาดนั้น ก็เลยโทรไปคุย แล้วก็ขอไปพบที่บ้านด้วย พอคุยไปคุยมาก็รู้สึกถูกชะตาครับ (ยิ้ม)
แล้วต่อจากนั้นมีการสานสัมพันธ์กันอย่างไร?
คุณจ๊อบ : จริงๆ เราสองคนต่างคนต่างก็มีหน้าที่ ภารกิจ ตอนนั้นมิกิเค้าก็กำลังเรียนต่อโท ผมเองก็มีภารกิจในเรื่องของการขยายงาน เราสองคนต่างคนต่างทำงาน แต่เนื่องจากว่าเราคบกันแล้วคุยกันก่อน มีกฎเกณฑ์ของมันแล้วว่า เค้าก็ทำงานของเค้า มีสังคมของเค้าเอง เราเองก็ทำงานของเรา แล้วก็มีสังคมของเรา ซึ่งตรงนี้เราต่างคนต่างระลึกไว้ในใจอยู่แล้ว ก็ต่างคนต่างใช้ชีวิต แต่เราก็จะมีช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันด้วย
คุณมิกิ : นิสัยของพี่จะเป็นแบบชอบอยู่เงียบๆ สันโดษ มีโลกส่วนตัว ไม่ชอบออกไปเที่ยวข้างนอก ไม่ชอบไปปาร์ตี้อะไร ชอบอยู่บ้าน ดูทีวี ก็มีความสุข แต่เค้าจะต้องมีสังคม มีงานเลี้ยง แต่พี่ก็ยอมรับในตรงนั้นที่เค้าเป็น คือเราคบกันมานาน 4 ปี แล้วมันเหมือนการเรียนรู้ คบกันแบบเพื่อน รู้จักความเป็นตัวตน นิสัยใจคอของกัน ทำความเข้าใจยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็นได้ ไม่มีปัญหา ในช่วงที่คบกันก็มีไปเที่ยว หาเวลาเจอกันบ้าง หากิจกรรมทำด้วยกัน แล้วด้วยความที่เราสองคนต่างคนต่างทำงาน มันเลยต้องมีการจัดสรรเวลานิดนึง เพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่เราสองคนว่างตรงกันนั้นอยู่ด้วยกัน เมื่อไหร่ที่พอมีเวลาเราก็จะใช้ร่วมกันอย่างเต็มที่ค่ะ
อะไรที่ทำให้คิดว่าคนนี้แหละที่เราพร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุข?
คุณมิกิ : สำหรับมิกิค่อนข้างที่จะเป็นคนมีความมั่นใจในระดับหนึ่งอยู่แล้วค่ะ แล้วมิกิรู้สึกว่าคนนี้ที่เข้ามาทำให้เรายอมรับได้ สามารถทำให้เราเปลี่ยนความคิดได้ อีกอย่างมีหลายๆ คนที่เข้ามามันก็ยังไม่มีใครที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดและยอมรับได้ ไม่ใช่เพราะเค้าเป็นดารา หน้าตาดีหรืออะไร แต่ด้วยความที่เค้ามีความเป็นผู้ใหญ่ เค้าสร้างเนื้อสร้างตัวทุกๆ อย่างด้วยตัวของเค้าเอง พี่ก็เลยมีความรู้สึกว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแต่งงานกับใครซักคน คนๆ นั้นก็ต้องเป็นคนที่ดูแลเราได้ และเราก็ต้องยอมรับเค้าได้ ซึ่งพี่คิดว่าตรงจุดนี้แหละ จ๊อบเค้าคือคนที่ใช่สำหรับพี่ (ยิ้ม)
คุณจ๊อบ : ไม่รู้ซิ ผมว่ามันเป็นเรื่องของเวลามากกว่า คือเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน มันกลายเป็นความผูกพันที่ทำให้เรามีกันและกันอยู่เรื่อยมาน่ะครับ
แล้วมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกัน?
คุณมิกิ : ก็เราสองคนก็คบกันมานานมากแล้ว คิดว่าเรื่องเวลามากกว่าที่ทำให้ตัดสินใจ เรารู้สึกว่ามันใช่ เมื่อถึงจุดนั้นก็เลยโอเค แต่งงาน จะได้สร้างครอบครัว มีเป้าหมายร่วมกันอย่างชัดเจน
คุณจ๊อบ : เจตนาอย่างหนึ่งคือ ผมอยากมีลูกมาก ก็เลยคุยกันว่ามันน่าจะถึงเวลาที่เราจะอยู่เป็นครอบครัว แล้วก็มีลูก แล้วประกอบกับปีนั้นเราสองคนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ เรียกง่ายๆ ว่าได้รับสมรสพระราชทานอ่ะครับ แล้วน้อยคนที่จะได้รับตรงนี้ เราก็เลยรู้สึกว่า เออ...ทุกอย่างมันลงล็อกพอดี ก็เริ่มต้นครอบครัวกันเลยดีกว่า
ตั้งแต่วันแรกที่คบกันจนถึงทุกวันนี้ประทับใจอะไรในกันและกันบ้าง?
คุณมิกิ : เค้าเป็นคนทำงาน แล้วมิกิก็ชื่นชมในความเป็นเค้า และทุกอย่างที่เค้าทำ ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่เป็นคนโรแมนติก ไม่กะหนุงกะหนิงอะไรเหมือนใครๆ แต่เราก็ภูมิใจค่ะ ตรงนี้คงเป็นจุดหนึ่งที่รู้สึกประทับใจในตัวเค้ามากๆ
คุณจ๊อบ : ที่เล่ามาทั้งหมดจริงๆ มันคือความผิดพลาดของผมหมดเลย ผมจะไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ผมจำวันสำคัญ วันพิเศษอะไรก็ไม่ได้ ไม่สามารถที่จะดูแล ไม่ค่อยใส่ใจความเป็นครอบครัวได้เต็มที่ แล้วทุกๆ อย่างที่เป็นความบกพร่องของเรา เรามีเค้าเป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มในชีวิตให้มันเต็ม (ยิ้ม)
ขอขอบคุณบทความดีดีจาก Woman'Story