Login
 
 

คุยกับหมอภาษา
อาจารย์ ศิริวรรณ์ ฉายะเกษตริน
หัวหน้าโครงการหมอภาษาพัฒนาเยาวชน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพท.กทม.เขต1

วินิจฉัยความสามารถทางการเขียนของลูกด้วยตนเอง

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านไทยทาวน์ทุกท่านขอขอบคุณที่ท่านให้ความสนใจและร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์รักษาภาษาไทยของเราไว้ด้วยวิธีการต่างๆ ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล การช่วยกันฝึก อ่าน ฝึกเขียน ฝึกพูดภาษาไทยให้ถูกต้อง ชัดเจนนั้น นับว่าเป็นการรักษาภาษาอย่างหนึ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง

 

 คอลัมน์ “คุยกับหมอภาษา” ได้เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ของไทยทาวน์มาตั้งแต่ปี  ๒๕๔๖ เป็นเวลา ๗ ปี มาแล้วอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเนื้อหาก็จะมีทั้ง ในลักษณะของบทความด้านการอนุรักษ์ภาษาไทยและศิลปวัฒนธรรม  ชุดกิจกรรมการฝึกอ่าน ฝึกเขียนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา ซึ่งเพิ่งจะจบไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

และในสัปดาห์ต่อจากนี้ไป “ คุยกับหมอภาษา”  ก็จะนำเสนอ “ชุดการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยสายใยครอบครัว”  ซึ่งเป็นเอกสารและซีดี การฝึกทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต ๑ ได้ร่วมดำเนินการกับศูนย์พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยกรุงเทพมหานคร  คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มูลนิธิศาสตราจารย์หม่อมหลวงจิรายุ – ศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์นพวงศ์  และสมาคมคนรักภาษาไทย

ซึ่งการที่จะได้เรียนรู้และฝึกทักษะการอ่านและการเขียนกับชุดการเรียนรู้ภาษาไทย        ด้วยสายใยครอบครัว  ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ “ครูแม่สอนภาษา” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยที่ผู้เขียนได้ริเริ่มคิดจัดดำเนินการขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการอ่าน การเขียนของนักเรียน ซึ่งมีความเป็นมา หลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้

  

      ครูแม่สอนภาษา : การเรียนรู้ภาษาไทยด้วยสายใยครอบครัว


















 

เนื่องในโอกาสวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี๒๕๕๒ นี้  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต ๑ จับมือกับคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสถาบันกวดวิชาภาษาไทยที่บ้าน พัฒนา “ แม่” เป็นครูสอนพิเศษ สกัดไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ลูกหยุดเรียนอยู่กับบ้านก็เรียนหนังสือได้  เสริมครอบครัวอบอุ่น  เพลาปัญหารถติด

 

ห้าองค์กรจับมือกันร่วมหุ้นเป็นเบญจภาคี ระดมทุนเปิดยุทธการแก้ปัญหาการอ่าน การเขียนภาษาแม่ของเด็กไทย ร่วมด้วยศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรุงเทพมหานครซึ่งตั้งอยู่ที่โรงเรียนราชวินิต มัธยม มูลนิธิศาสตราจารย์หม่อมหลวงจิรายุ – ศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์  นพวงศ์และสมาคมคนรักภาษาไทย

ในสภาพสังคมปัจจุบันที่เราจะเห็น พ่อ แม่ ขับรถพาลูกเล็กๆ ราวระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ไปเรียนพิเศษที่สถาบันกวดวิชาต่างๆ ตามกระแสความนิยม บางแห่งแออัดยัดเยียด กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคหวัด คงจะดีไม่น้อยถ้าแม่สามารถสอนพิเศษให้ลูกได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องไปเผชิญกับโรคนอกบ้าน อนึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองยุคนี้ก็มีความรู้และมีศักยภาพสูง สามารถ ช่วยครูในการพัฒนาการเรียนของลูกได้  การจัดโอกาสให้พ่อแม่  ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาวิกฤติการอ่าน การเขียนภาษาแม่ของเด็กไทย

“ ครูแม่สอนภาษา”  คือแม่ที่ทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษา ไม่ได้หมายถึงแม่ที่สอนภาษาให้ลูกตามหน้าที่แม่  ซึ่งถือว่าเป็นครูคนแรกของลูกอยู่แล้ว แต่หมายถึงแม่ที่ได้รับการพัฒนาความรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านการอ่านและการเขียนของลูกและได้รับการเติมเต็มในด้านจิตวิทยาการถ่ายทอดความรู้ เทคนิควิธีการสอนภาษาที่ถูกต้อง มีบทบาทเป็นผู้ช่วยครูในการแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยของลูก ทำหน้าที่เป็น “ครูแม่สอนภาษา”  อยู่ที่บ้านอีกแรงหนึ่ง ซึ่งจะเป็นพลังเสริมที่สำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยสอนความรู้  ช่วยฝึกทักษะทางภาษา ช่วยแก้ปัญหาด้านการเรียนรู้แล้ว  ความรักความใกล้ชิด  ความเอาใจใส่ต่อกันของแม่และคนในครอบครัว จะช่วยให้เด็กมีความสุขและมีพัฒนาการทุกด้านอย่างเต็มที่ ซึ่งนับว่าได้ผลทั้งด้านวิชาการตามวัตถุประสงค์แล้ว  ยังมีผลพลอยได้ในด้านความสัมพันธ์ทางครอบครัว สุขภาพจิต ความฉลาดทางอารมณ์ ความอบอุ่นใกล้ชิดได้ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี  ความรู้สึกนึกคิดและค่านิยมอันดีงามจากแม่สู่ลูกไปในตัว  นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นคุณูปการต่อวงการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

อนึ่งเรื่องการแก้ปัญหาการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ของเด็กไทยนั้น จากการสำรวจปัญหา           ด้านการอ่าน  การเขียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ และ ๓ ของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร  เขต  ๑  พบว่าด้านการอ่านมีปัญหาดังต่อไปนี้ จำรูปและเสียงสระไม่ถูกต้อง อ่านคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราไม่ถูกต้อง  อ่านประสมคำไม่ได้  อ่านคำพ้องรูปไม่ถูกต้อง อ่านคำ ที่มีอักษรควบ อักษรนำไม่ถูกต้อง อ่านจับใจความไม่ได้ แบ่งวรรคตอนไม่เหมาะสม อ่านตู่ตัว อ่านตก อ่านซ้ำ อ่านสลับคำ อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน อ่านช้า อ่านไม่คล่อง ผันวรรณยุกต์ไม่ถูกต้องและไม่มีสมาธิในการอ่าน ฯลฯ ส่วนปัญหาด้านการเขียนพบว่านักเรียนมีปัญหา ดังนี้  เขียนคำที่มีสระเปลี่ยนรูปไม่ถูกต้อง เขียนคำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศไม่ถูกต้อง ใส่รูปวรรณยุกต์กำกับไม่ตรงกับเสียงอ่านเขียนคำที่มีสระลดรูปไม่ถูกต้อง เขียนคำที่มีตัวการันต์ไม่ถูกต้อง  เขียนคำพ้องเสียงไม่ถูกต้อง  เขียนคำ ที่ประหรือไม่ประวิสรรชนีย์ไม่ถูกต้อง เขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราไม่ถูกต้อง  เขียนสะกดคำไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี เขียนประสมคำไม่ได้ เขียนคำที่มีอักษรควบ อักษรนำไม่ถูกต้องเขียนเรียบเรียงถ้อยคำเป็นเรื่องราวไม่ได้ วางตำแหน่งสระและวรรณยุกต์ไม่ถูกต้อง เขียนฉีกคำ เขียนช้า เขียนไม่คล่อง เขียนลายมือหวัดไม่เป็นตัว ฯลฯ 

ปัญหาเหล่านี้ครูผู้สอนและพ่อแม่ควรให้ความสนใจ เพราะเป็นข้อมูลที่จะช่วยวินิจฉัยถึงสาเหตุของปัญหาการอ่าน การเขียนและสามารถแก้ไขได้ตรงกับสาเหตุของปัญหานั้นๆ ในโครงการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยสายใยครอบครัวนี้ เราจะอบรมพ่อแม่ให้รู้ว่าลูกเรียนอะไรบ้างที่โรงเรียนและลูกเรียนเป็นอย่างไรบ้างและพ่อแม่จะช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง เราจะมีเครื่องมือสำหรับช่วยให้ท่านสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการอ่าน การเขียนของลูกหลานท่านได้ด้วยตนเองโดยวิธีง่ายๆ  สามารถประเมินทักษะการอ่าน การเขียนของลูก วินิจฉัยปัญหาและวางแผนแก้ปัญหาของลูกได้เอง สามารถให้คำปรึกษาแก่ลูกและให้ข้อมูลป้อนกลับไปยังครูผู้สอนที่โรงเรียน สื่อสารโต้ตอบกัน  โดยจะมี “สมุดบันทึกลูกรัก”  เป็นสื่อกลางการสื่อสารระหว่าง “ครูที่โรงเรียน”  กับ “ครูแม่ที่บ้าน”  ซึ่งจะทำงานร่วมกันตลอดทั้งกระบวนการอย่างใกล้ชิด  หากผู้ปกครองท่านใดสนใจจะสมัครเป็น  “ครูแม่สอนภาษา”  ติดต่อ ขอใบสมัครได้ที่  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร  เขต ๑ และศูนย์พัฒนากลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาไทย  กรุงเทพมหานคร โทร ๐๒ – ๓๕๔๔๙๖๐ และ ๐๒ – ๓๕๔๔๙๗๓  ทุกวันเวลาราชการ  ซึ่งจะมีกำหนดจัดอบรม “ครูแม่สอนภาษา”  ในเดือนกันยายน  ๒๕๕๒ นี้ 

ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ของคนไทย  ฉะนั้นการให้แม่สอนภาษาแก่ลูก จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมสอดคล้องกับธรรมชาติอยู่แล้วและยังมีกระบวนการพัฒนาแม่ให้เป็นครูสอนภาษาที่มีหลักวิชามีจิตวิทยา  มีเทคนิคในการถ่ายทอดความรู้  ความคิด สามารถวินิจฉัยปัญหาและแก้ปัญหาของลูกได้เอง  และยังมีคำพูด  สีหน้า  แววตาและรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก  ความเอื้ออาทร  เป็นกำลังใจให้แก่ลูกได้เสมอ  “ครูแม่สอนภาษา”  จึงเป็นอีกความหวังหนึ่งที่จะช่วยให้นโยบายการปลอดเด็กอ่านหนังสือไม่ออก  เขียนหนังสือไม่ได้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใกล้ความจริงขึ้นมาและเป็นที่น่ายินดีที่ครูภาษาไทยก็จะได้ “คู่สัญญา”  หรือ “หุ้นส่วน”  ที่มีประสิทธิภาพในการร่วมพัฒนาการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยอีกแรงหนึ่ง

ถ้าสนใจว่า “ครูแม่สอนภาษา” จะมีความเป็นไปได้แค่ไหน  อย่างไรนั้น  ขอเชิญท่านไปพิสูจน์ด้วยตนเองได้ที่ห้องประชุมคณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ในงานสัปดาห์เชิดชูค่าภาษาไทยเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ  ระหว่างวันที่  ๒๗ – ๒๙  กรกฎาคม  ๒๕๕๒ รับคู่มือครูแม่ และ ซีดี แบบประเมินพร้อมชุดฝึกแก้ปัญหาการอ่านการเขียน ฟังการอภิปรายนำเสนอผลงานของ “ครูภาษาไทยหัวใจพัฒนา” ชมนิทรรศการการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยและใช้บริการคลินิกหมอภาษาได้ฟรีทุกรายการ
                    



นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร
แหล่งที่มาข่าวโดย : ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์
Name :
 
E-mail :
 
Detail :